Tag: เว็บไซต์จัดหางาน

ขั้นตอนสู่การสมัครงานรับราชการ ทำอย่างไรมาดูกัน

กระบวนการในการเข้ารับราชการนั้นมีกระบวนการที่ค่อนข้างยาวนานและใช้เวลานานพอสมควรเพราะมีหลายขั้นตอน หลายคนยังคงไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าเมื่อต้องการสมัครงานราชการต้องเริ่มจากจุดใดก่อน วันนี้เราขออาสามาไขข้อข้องใจให้กับคนที่ต้องการสมัครงานรับราชการกันว่าเส้นทางในการเริ่มต้นอาชีพข้าราชการต้องทำอย่างไร

  1. ทำความรู้จักกับการสอบ ก.พ. ซึ่งเป็นชื่อเรียก การคัดเลือกบุคคลในระดับวุฒิการศึกษา และสาขาวิชาชีพที่แตกต่าง เพื่อเข้ามาทำงานให้กับหน่วยงานราชการ ดำเนินการจัดสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเรียกได้ว่า การสอบพื้นฐานของเหล่าว่าที่ข้าราชการ โดยในการดําเนินการสอบแข่งขันฯ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป(ภาค ก.) สําหรับผู้ที่ไดรับวุฒิระดับ ต่ำกว่าปริญญาตรี วุฒิปริญญาตรี และวุฒิปริญญาโท ทุกสาขาวิชา จะประกาศรายละเอียดการรับสมัคร ให้ทราบทางเว็บไซตของสํานักงาน ก.พ. ที่ http://job.ocsc.go.th
  2. เข้าใจเกี่ยวกับการสอบ ก.พ. แบ่งการสอบทั้งหมดออกเป็น 3 ภาค ด้วยกัน เรียกว่า ภาค ก ,ภาค ข และ ภาค ค

โดย ภาค ก คือ การสอบภาคความรู้ ความสามารถทั่วไป  หากผลสอบออกมาผ่านเกิน 60% จึงจะสามารถสอบเข้า ภาค ข. ต่อไปได้ และเมื่อสอบผ่าน ภาค ก. นี้ ทางสำนักงาน ก.พ. จะออกหนังสือรับรองการสอบผ่านให้  โดยหนังสือรับรองที่ว่านี้ คุณสามารถนำไปใช้สมัครข้าราชการได้ และไม่มีวันหมดอายุ   สอบ

ภาค ข คือ การสอบภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ซึ่งเป็นการสอบข้อเขียน เน้นวิชาชีพเฉพาะตามที่ได้เรียนมา การสอบ ภาค ข. จะมีการประกาศออกมาเพื่อเปิดรับสมัครสอบว่าสอบในหัวข้อใดบ้าง โดยส่วนใหญ่จะเป็น พรบ. ที่ต้องรู้ ข้อปฏิบัติที่หน่วยงานจัดสอบ และความรู้เฉพาะตำแหน่ง เช่น คอมพิวเตอร์ นักพัฒนาชุมชน เป็นต้น โดยในส่วนของ ภาค ข. นี้ การสอบมักจะเป็นหน่วยงานที่เราต้องการไปสมัครเปิดสอบเสียมากกว่า

ภาค ค คือ การสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง เป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ

  1. ก่อนสมัครต้องตรวจสอบคุณสมบัติขั้นต้น คุณควรตรวจสอบโดยตรงกับทางหน่วยงานนั้นๆ ว่าต้องการคะแนนสอบอะไรบ้าง งานราชการบางแห่งต้องการคะแนน ภาค ก บางแห่งไม่ต้องการ บางแห่งกำหนดว่าต้องมีคะแนนการทดสอบภาษาผ่านเกณฑ์ บางแห่งระบุสมรรถนะของร่างกาย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำหรับการเตรียมความพร้อมในการสอบ
  2. คำแนะนำในการเตรียมตัวสอบ  ควรศึกษาหลักสูตรของการสอบและแนวข้อสอบให้ละเอียด  หากมีหนังสือหรือตำราที่ดีและตรงกับแนวข้อสอบ ให้ฝึกทำ และทำความเข้าใจมากกว่าการท่องจำ  อย่าลืมหาโอกาสเข้าสอบวิชาความรู้เพื่อเป็นการทดสอบตนเอง

หากผู้สมัครสอบสามารถสอบผ่านด่านแรกคือได้คะแนน ภาค ก เกิน 60%  จะได้รับหนังสือการรับรองเรื่องสอบผ่านจากทางหน่วยงาน ก.พ.  จากนั้นให้ผู้สมัครติดตามข่าวสารที่น่าสนใจของทางหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เปิดรับสมัคร  และยื่นคะแนนสำหรับการสมัครสอบในตำแหน่งที่ตรงกับคุณสมบัติของคุณ จากนั้นเมื่อผ่านภาค ข และ ค จะมีการขึ้นบัญชีรายชื่อไว้ส่วนใหญ่มีอายุ 2 ปี โดยเรียงตามคะแนนสอบ เมื่อตำแหน่งที่สอบได้ว่างลงจะมีการเรียกผู้ที่ขึ้นบัญชีไปรับราชการ

 

Please follow and like us:

{ Comments are closed }

รู้ไหมว่า HR เขาอ่านบุคลิกของผู้สมัครงานจาก E-mail ที่ส่งไป

การสื่อสารไม่ว่าผ่านช่องทางใดนั้นสะท้อนถึงตัวผู้ส่งสารได้ทั้งนั้น ในยุคที่การสื่อสารทำได้ง่ายแม้เรื่องที่เป็นทางการก็สามารถที่จะสื่อสารผ่านทาง e-mail ได้อย่างการสมัครงานที่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครส่ง e-mail เพื่อสมัครงานโดยตรงไปยังองค์กรได้

หลายคนไม่ใส่ใจกับการเขียน e-mail สมัครงาน ทำให้พลาดโอกาสการได้งาน และคุณรู้หรือไม่มารยาทในการส่ง e-mail เป็นสิ่งสำคัญมากที่ฝ่ายบุคคลจะใช้เป็นปราการด่านแรกในการคัดกรองผู้สมัคร อย่าให้คุณคือหนึ่งคนที่พลาด   เพื่อให้การส่งอีเมล์ของคุณเป็นมืออาชีพมากขึ้น มาเรียนรู้เทคนิคและมารยาทในการส่ง e-mail สำหรับการสมัครงานกันเถอะ

  1. ต้องระบุชื่อเรื่อง

แย่ที่สุดคือ ใช้คำว่า “สมัครงาน”  อย่าว่างชื่อเรื่องใน e-mail ไว้ แบบนี้แสดงความไม่รอบคอบที่สุด  แต่ชื่อเรื่องที่ควรระบุเพื่อทำให้ฝ่าย HR ประทับใจ อาจใช้ว่า  สมัครงานตำแหน่ง………….  หรือ ใช้คำว่า ขอความกรุณาพิจารณาใบสมัครตำแหน่ง…………………

  1. เก็บชื่ออีเมล์ที่ดูน่ารักแต่ไร้สาระไปได้เลย

ควรใช้ชื่ออีเมล์ที่ทำให้เราดูน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพ ซึ่งควรจะมี ชื่อ-นามสกุล ไม่ควรใช้คำที่แสดงออกถึงความน่ารักหรือศัพท์แสลง เพราะถือว่าไม่เป็นทางการ ประเภท Jamenaruk@hotmail.com   หรือ nanlovetoon@hotmail.com ไม่ควรใช้    และอย่าลืมว่าไม่ควรใช้ e-mail ปัจจุบันที่ทำงานอยู่สมัครงานที่ใหม่

  1. ไปลามาไหว้ ก็ยังใช้ได้กับ e-mail

เริ่มต้นจากการเกริ่นแนะนำตัวก่อน แล้วบอกจุดประสงค์  และ สิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร เช่น อยากจะสมัครงานตำแหน่งอะไร  กล่าวถึงสิ่งที่ส่งมาพร้อม e-mail  บอกช่องทางการติดต่อตัวคุณ  อาจระบุข้อความว่าหากผู้รับได้รับแล้วกรุณา Reply หรือ ตอบกลับว่าได้รับ e-mail แล้ว จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง จะทำให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของการส่ง e-mail สมัครงานได้และปิดท้ายด้วยการกล่าวว่า “จึงเรียนมาเพื่อขอความกรุณา”

  1. ชื่อไฟล์ที่แนบไปพร้อม e-mail สะท้อนระบบความคิด

การตั้งชื่อไฟล์สะท้อนให้เห็นว่าคุณมีระบบความคิดอย่างไร เพราะควรตั้งชื่อที่สะท้อนถึงเนื้อหาของเอกสาร และทำให้สืบค้นหาง่าย ตั้งชื่อไฟล์ด้วยความกระชับและชัดเจน หากมีการแก้ไฟล์หลายครั้ง ไม่ควรระบุว่าในชื่อไฟล์ให้ปรากฏต่อสายตาของผู้รับสมัคร เช่น ประวัติ แก้ 2 , เรซูเมล่าสุดแก้แล้ว มันดูลายตา งานมนุษยศาสตร์ แนะนำให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษและหากต้องการให้เอกสารเรียงลำดับควรระบุเลขที่ของเอกสารที่ชื่อไฟล์  เช่น 1_Profile_Somjai  , 2_Docunemt_Somjai  เป็นต้น

เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนกดส่ง  เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดควรอ่านทบทวนข้อความทั้งหมด  ตรวจเช็คตัวสะกด หลักไวยากรณ์ต่างๆ   ต้องตรวจสอบชื่ออีเมล์ของผู้รับให้ดี

 

Please follow and like us:

{ Comments are closed }