งานราชการ ยังเป็นที่ต้องการของคนหางานยุคใหม่ใช่หรือไม่

ถ้าเราพูดถึงอาชีพรับราชการ จะมีทั้งคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสมัครงานในตำแหน่งข้าราชการ หรือ พนักงานราชการเพื่อทำงานเกี่ยวกับวงการราชการ แต่ก็จะมีเด็กรุ่นใหม่อีกกลุ่มหนึ่งที่จะปฏิเสธการทำงานในระบบราชการ ถ้าถามด้วยคำถามที่ว่าคนรุ่นใหม่ยังอยากรับราชการอยู่ไหม ตอบได้ว่ายังอยากที่จะเข้าไปทำงานในระบบราชการและเรียกตัวเองว่าข้าราชการ จากตัวเลขผู้สมัครงานราชการจำนวนมากเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นว่างานราชการไม่ได้ถูกปฏิเสธจากคนรุ่นใหม่

แม้ว่าค่านิยมในการสนับสนุนให้ลูกหลายทำงานราชการอาจจะลดลงไปบ้างแต่ต้องบอกว่ายังคงเป็นความคาดหวังของพ่อแม่หลายคนที่จะเห็นลูกมีความมั่นคงในอาชีพ และรายได้ด้วยการทำงานราชการ แม้สังคมโลกที่เปิดกว้าง ทำให้ค่านิยมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป มองหาความก้าวหน้า ความท้าทาย ในรูปแบบการทำงานอื่นๆก็ตาม  อย่างไรก็ตามการทำงานราชการยังคงเป็นที่ต้องการและมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้ผู้คนมาสมัครงานจำนวนหลายแสนคน เรามาดูข้อดีของงานราชการกันสักหน่อย

ประการแรกเลยคือ ให้ความมั่นคงในชีวิต สามารถรับราชการได้เป็นระยะเวลานานกว่าเอกชน ไม่เสี่ยงต่อการเลิกกิจการเพราะไม่มีเงินลงทุนต่อ  ไม่เสี่ยงกับการถูกไล่ออก หากไม่ทำผิดวินัยที่ร้ายแรงมากๆ เมื่อถึงวัยเกษียณก็ยังมีเงินบำเหน็จบำนาญ

สวัสดิการที่ให้ครอบคลุมคนในครอบครัว  เวลาเจ็บป่วยสามารถเบิกค่ารักพยาบาล ไม่ต้องจ่ายเงินสดเลย มีเงินช่วยค่าเล่าเรียนบุตรมี  เงินเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทางไปต่างจังหวัด  เบิกค่าที่พักเวลาไปทำงานได้  มีเงินค่าเบี้ยประชุม มีบ้านพัก ทายาทและคู่สมรสของเราจะได้รับเงินตกทอดเมื่อข้าราชการเสียชีวิตลงได้รับความบรรเทาความเดือนร้อนลงได้มาก

อนาคตมีความก้าวหน้าทำงานไปเรื่อๆยจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปมีผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ความรู้สึกในการเป็นผู้นำ  และได้รับการยอมรับจากสังคม มีคนนับหน้าถือตา เป็นค่านิยมของสังคมไทยที่ฝังลึกมานาน

การเงิน มีความมั่นคง รับเงินเดือนในอัตราสูงขึ้นในแต่ละปีอย่างแน่นอน  สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้และสินเชื้อดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย มีความน่าเชื่อถือสามารถกู้เงินได้มาก

โดยภาพรวมคนรุ่นใหม่จึงยังคงมุ่งมั่นในการสมัครงานราชการอยู่เป็นจำนวนมากอัตราการแข่งขันสูงมากเช่น 1: 1000  เพราะตำแหน่งงานมันจะสามารถเปิดได้เมื่อมีคนเกษียณและมีการเลื่อนตำแหน่งของผู้ทำงานอยู่ก่อนขึ้นไปรับตำแหน่งใหม่ ต้องรอจนตำแหน่งว่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานราชการลดละความพยายามลงเลยบางคนสอบอยู่หลายปีแม้ไปทำงานเอกชนก็ยังหวนมาสอบราชการอยู่เสมอ มีการลงทุนในการติวการเตรียมสอบต่างๆนานๆ ใครชอบงานราชการหรืองานเอกชนก็สามารถทำอย่างที่ชอบได้ขอให้เลี้ยงตัวเองได้และทำประโยชน์ให้กับประเทศเท่านั้นถือว่าดี

{ Comments are closed }

ทำตัวให้งานวิ่งเข้ามาหาดีกว่าตั้งหน้าตั้งตาหางานหว่านทั่วทิศ

หลายคนมุ่งที่จะสมัครงานโดยการหว่านไปสมัครไปทั่วอย่างไร้ทิศทางเมื่อไม่ได้รับการติดต่อกลับหรือได้รับการติดต่อจากองค์กรที่คุณไม่ต้องการ ตำแหน่งงานไม่ตรงกับความสนใจก็ทำให้ท้อใจ และกลัวการสมัครงานไปเลย จะดีกว่าไหมหากคุณตั้งสติและหยุดสมัครงาน !!!!

ได้ยินแบบนี้หลายคนคงค้านในใจว่าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ก็ไม่ได้งานกันพอดีอยากได้งานไม่สมัครงานบ้าไปแล้ว ไม่บ้าหรอกแต่เราอยากให้คุณเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองโดยการทำให้คุณมีความสามารถที่มากขึ้นหนีการเป็นตัวเลือกแต่จะกลายเป็นคนได้เลือกงานต่างหากละ ที่ว่ามาทำได้จริง ทำยังไงมาดูเลย

ทักษะที่องค์กรต้องการในตัวผู้ทำงานในปัจจุบันคือ    ทักษะการคิดและการประยุกต์ใช้ (Thinking of Development & Applied)  ทักษะการคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน (Creative Positive Working) ทักษะในการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ (Communication & Connection)  ทักษะการบริหารทั้งเวลา (Time Management)  ทักษะการคิดเพื่อแก้ปัญหาและการตัดสินใจ (Problem Solving & Decision Making)  คุณถามตัวเองสิว่ามีแล้วหรือยัง หากยังจงไปแสวงหาทักษะเหล่านี้เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองทั้งจากการศึกษาด้วยตัวเองและศึกษาจากผู้รู้ แม้ต้องลงทุนแต่รับรองว่าคุ้มค่า ในการทำให้คุณมีความโดดเด่นแตกต่างจากผู้หางานทั่วไป

องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีความสามารถสูงหรืออกลุ่ม Talent Worker  บุคคลเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญขององค์กรที่เติบโตไปพร้อมกับองค์กรต่อไปในอนาคต คุณจึงต้องทำตัวให้พร้อมในการเป็นคนที่จะถูกเลือก ยอกจากทักษะที่กล่าวมาแล้วยังต้องมีการพัฒนาตัวเองในเรื่องของ       การพัฒนาตัวเองด้วยตัวเอง (Self-Development)   การทำงานเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์ (Proactive Work)   การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Team Learning)

การแสดงให้เห็นว่าคุณคือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือการคิดที่ออกนอกกรอบ ไม่ยึดติดกับเรื่องเดิมๆ สามารถการแก้ปัญหา ได้ดี องค์กรจะมองคุณเป็นคนแรกๆที่องค์กรต้องการ   รวมทั้งอย่าลืมที่จะพัฒนาตัวเองให้มี 5 Q  คือ IQ: ทักษะการคิดแก้ปัญหาอย่างฉลาด   EQ: การจัดการอารมณ์เชิงลบของตัวเอง AQ: การเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาสที่ท้าทาย   OQ: การแสดงผลงานที่มีคุณค่า  SQ: การเป็นบุคคลที่มีจริยธรรมอันดี

เมื่อคุณมีความพร้อมในทักษะที่กล่าวมาแล้วหาพื้นที่แสดงออกอย่างต่อเนื่อง การใช้ Social Media แสดงความคิดเห็นความสามารถของคุณสามารถทำได้ เมื่อมีคนเห็นความสามารถของคุณแล้วโอกาสที่งานดีๆจะเข้ามาหาคุณจะมีมากกว่า อันที่จริงนักศึกษาควรที่จะฝึกตัวเองตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลามาฝึกฝนอีกเมื่อจบแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ได้ฝึกฝนมาก่อนลองให้เวลาตัวเองอีกสักนิดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะสมัครงานไม่สายเกินไปหรอกดีกว่าจะดันทุรังหางานที่คุณไม่ต้องการทำต่อไป

{ Comments are closed }

อาชีพที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล อีกทางเลือกการหางานของคนรุ่นใหม่

ตลาดงานในปัจจุบันมีอาชีพที่แต่เดิมไม่เคยมีเพราะอะไรนะหรือก็เพราว่าโลกของการทำงานในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว คนหางานก็ควรที่จะหาข้อมูลประกอบการสมัครงาน คุณเชื่อไหมว่าถ้าคุณมีข้อมูลที่ดีการสมัครงานของคุณอาจเปลี่ยนรูปแบบไปเลย เพราะไม่ต้องไปมุ่งแข่งในตลาดงานเดิมๆอีกต่อไปแล้ว มามุ่งพัฒนาตัวเองเพื่อให้แข่งขันในการตลาดงานอย่างอาชีพใหม่ๆที่เกิดขึ้นจะดีกว่า แล้วการสมัครงานของคุณจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เรามาดู  อาชีพที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล เพื่อเป็นอีกทางเลือกการหางานของคนรุ่นใหม่กันดีกว่า

อาชีพที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล

Mobile Application Developer การปรับเปลี่ยนธุรกิจมาสู่โลกดิจิทัลที่รองรับพฤติกรรมผู้คนอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้นักพัฒนาเเอฟพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเป็นที่ต้องการมากขึ้น คุณไม่ต้องจบมาโดยตรงแต่วามารถเรียนรู้ได้ อาชีพนี้ค่าตอบแทนสูงและถูกแย่งชิงตัวมากที่สุดด้วย

Digital Designer คือคนที่ออกเเบบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้สามารถนำไปวางและใช้สื่อสารบนโลกดิจิทัล เช่น Website Banner, Digital Ads และสื่อออนไลน์ทุกประเภทเพื่อทำให้ลูกค้าหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์เกิดความประทับใจต่อสินค้า

Website Designer การสร้างเว็บไซต์ ที่สวยงาม ใช้งานง่าย เป็นเหมือนหน้าบ้านที่ทำให้คนซื้อกับคนขายมาเจอกันต้องอาศัย Website Designer ที่มีความสามารถ ที่จะเพิ่มประสบการณ์ที่เเปลกใหม่ในเว็บไซต์สำหรับลูกค้าที่และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

Digital Copywriter เหมาะกับคนที่ชอบการเขียน เพราะนี่คือ นักเขียนสื่อออนไลน์เป็นเรื่องที่จะละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด นักเขียนต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้คนบนโลกออนไลน์ และผลิตเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของคนที่เสพสื่อให้มากที่สุด จับเทรนด์ใหม่ๆ มานำเสนอในมุมมองที่น่าสนใจได้

 

Marketing Analyst ทำหน้าที่วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเเปลงอยู่เสมอ เพื่อทำให้ธุรกิจ สามารถเเย่งชิงความได้เปรียบและส่วนเเบ่งการตลาดจากคู่เเข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำงานร่วมกับ Digital Marketer หรือ นักการตลาดดิจิทัลซึ่งต้องเข้าใจในดารใช้ Social Media / Search Engine Marketing / Email Marketing / การเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมสามารถ การวางเเผนงบการตลาด วางเเผนการจัดทำ Content เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้า

BIG DATA Analyst คือผู้ที่สามารถนำข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ฐานข้อมูลลูกค้า มีไปวิเคราะห์ด้วย พร้อมและตอบได้ว่าองค์กรควรจัดการกลยุทธ์อย่างไร จะต้องนำความรู้ด้านคณิตศาสตร์ สถิติ มาใช้สำหรับการคำนวณ การพยากรณ์ และการประมาณการต่างๆ เป็นข้อมูลให้กับองค์กร

อีกอาชีพที่กำลังได้รับความนิยมอาจไม่ต้องสมัครงานเพราะคุณคือผู้สร้างมันขึ้นมาคือ  การนำไอเดียใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มาสร้างธุรกิจที่เรียกว่า START UP โดยที่คุณมีฐานะเป็น Founder

{ Comments are closed }

มารู้จัก Headhunter อาชีพนักล่าผู้ตามหากลุ่ม Talent

ในการสมัครงานนั้นบางคนต้องวิ่งเข้าไปหางานในขณะที่บางคนมีคนเอางานมาเสนอให้ถึงที่ คนที่วิ่งเอางานมาเสนอให้คุณถึงที่เราเรียกเขาว่า   Headhunter หรือ  Recruiter เป็นอาชีพที่จัดหาคนให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า ส่วนใหญ่ขนาดใหญ่ ทั้งของไทยและระดับโลกจะใช้บริการ Headhunter  เพื่อหา “คนที่ใช่”

Headhunter จะมองหา  Candidateที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสิ่งที่องค์กรต้องการ หาก เชิญชวน Candidate ให้เข้าทำงานได้สำเร็จก็จะได้รายได้และค่าดำเนินการหลังจากจบภารกิจ Headhunter ชื่อดังในไทย เช่น Adecco, PRTR, Manpower, Kelly

Headhunter มืออาชีพจะเริ่มทำการติต่อไปยังกลุ่ม talent worker ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรลูกค้า เพื่อเสนองานใหม่ เรียกได้ว่าตัดขั้นตอนการสมัครงานออกไปเลยเพราคุณคือคนที่ถูกเลือกไปครึ่งตัวแล้ว  คนที่มีโอกาสได้รับข้อเสนอดีๆจาก  Headhunter มีโอกาสที่จะได้งานที่ดีกว่ารายได้ดีกว่าความก้าวหน้าดีกว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาล่อนใบสมัครงาน แต่นั่นแปลว่าคุณต้องมีความสามารถเป็นที่ยอมรับ

ทำยังไงดีให้ Headhunter มาตามจีบ มาดูกันเลย

ในยุคนี้ต้องยกให้ การเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายสังคมมืออาชีพอย่าง LinkedIn และสร้างโปรไฟล์ให้ดูดีน่าเชื่อถือ ต้องยอมรับว่า  LinkedIn.com เป็นสุดยอดเครื่องมือในการที่ Headhunter จะใช้สอดส่องประวัติการทำงานของคุณทำงานยุคใหม่ ถ้าคุณเป็นมืออาชีพที่ยังไม่มีส่วนร่วมกับ LinkedIn รีบเลย

เมื่อได้รับการติดต่อมาแล้ว คุณต้องให้ข้อมูลกับ Headhunter ตามจริง อย่าโกหกมืออาชีพที่จะเก็บรักษาข้อมูลของคุณเป็นอย่างดี และแน่นอนว่า Headhunter จะมีข้อเสนอตามความต้องการของคุณที่ตรงกับองค์กรมาให้คุณเลือกมากมาย การแจ้งข้อมูลเท็จเช่นประสบการณ์ในการทำงานที่เกินจริง  จะช่วยให้การจัดการความต้องการของฝ่ายคนทำงานและนายจ้างตรงกัน อย่าลืมว่าคนกลุ่มนี้คือนักล่ามืออาชีพ อย่าพยายามที่จะโกหกเลยเพราะพวกเขาสามารถทดสอบคุณได้จากการสัมภาษณ์และสามารถรู้ได้ทันทีว่าคุณโกหก ถ้ามีอะไรไม่ตรงมาตรงไปความเสี่ยงในการถูกขึ้น Blacklist มีได้เสมอ เท่ากับปิดโอกาสของตัวเอง

แม้ว่าคุณจะรักในองค์กรเดิม แต่อย่าปิดโอกาสในการรับฟังข้อเสนอและก็ควรถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับตัวคุณ อย่าลืมว่าการทำงานนั้นคุณใช้ความสามารถในการทำงานเมื่อมีโอกาสให้พัฒนาความสามารถคุณควรที่จะเรียนรู้โอกาสที่เข้ามาหากพูดคุยแล้วข้อเสนอไม่ตรงกับที่ต้องการบอกกล่าวปฏิเสธไปก็ได้ เช่น ถ้าเขามาจีบให้คุณไปทำงานให้คู่แข่ง อย่างน้อยคุณก็ได้รู้ว่าองค์กรคู่แข่งกำลังขาดคนด้านนี้ หรือ กำลังมีทิศทางการทำงานไปในทางใดถือว่าเป็นข้อมูลประกอบการทำงานในปัจจุบันด้วย

{ Comments are closed }