สิ่งดีๆที่คุณจะได้รับเมื่อตกลงใจทำงานกับ Startup

 

หากเป็นเมื่อ 10 ปี รึ 5 ปีที่ผ่านมาเราถามเด็กจบใหม่ที่กำลังหางานว่าอยากสมัครงานเข้าไปทำงานในองค์กรแบบไหน หลายคนจะให้คำตอบว่าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสวัสดิการดี แต่ในยุคนี้แนวคิดการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป เพราะขนาดขององค์กรไม่มีผลเท่ากับว่าองค์กรนั้นทำอะไร และสิ่งที่เป็นภารกิจและวิสัยทัศน์ขององค์กรตรงกับ Passion ของคนหางานรุ่นใหม่หรือไม่ ดังนั้น Startup จึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ซึ่งมองว่ามีสิ่งดีๆที่น่าเรียนรู้มากมายในองค์กรขนาดเล็ก วันนี้เรามาดูกันสิว่าคนรุ่นใหม่มองเห็นอะไรดีๆในองค์กรขนาดเล็ก อย่าง Startup

  1. ให้ความรู้สึกร่วมด้วยช่วยกัน ด้วยบรรยากาศขององค์กรขนาดเล็ก ทุกคนในองค์กรก็เปรียบเสมือนสมาชิกของครอบครัว มีความเป็นครอบครัวสูง จึงรู้สึกมีส่วนร่วมและมีสำนึกในความเป็นเจ้าของร่วมกันมากกว่าพนักงานในองค์กรใหญ่ และมองว่าทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
  2. โอกาสเปิดกว้างทางความคิดทำให้ไฟแห่งความกระตือรือร้นยังคงลุกโชน โดยคนรุ่นใหม่มองว่าจะช่วยพัฒนาองค์กร ก็และใส่พลังขับเคลื่อนอย่างสร้างสรรค์ได้เต็มที่
  3. วัฒนธรรมองค์กรถูกจริต ด้วยความที่คนในองค์กรต่างมีความรู้สึกคุ้นเคยกัน ระยะห่างระหว่างตำแหน่งและสายงานก็จะลดน้อยลง เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลดีต่อการทำงาน ผู้บริหารระดับบนขององค์กรสามารถลงมากำกับดูแลลูกน้องได้ด้วยตนเอง ทำให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้เวลาในการทำงานน้อยลง
  4. บรรยากาศที่ดีในการทำงาน อารมณ์แบบ น้อยคนก็ยิ่งน้อยความ ทำให้มีความสนิทสนม การพึ่งพาช่วยเหลือกันและกัน มีการรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง ทำให้ลูกน้องรู้สึกมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร หัวหน้าก็เอาใจใส่ลูกน้องได้ตามความเหมาะสม มีความยุติธรรม ไม่เล่นพรรคเล่นพวก
  5. ทำให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจการร่วมแสดงความคิดเห็น และตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของบริษัทเปิดโอกาสรับฟังเสียงคนทำงานมากกว่าการอยู่ในองค์กรใหญ่ เพราะทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในองค์กรขนาดเล็ก
  6. ไม่เจอขั้นตอนสกัดดาวรุ่ง ทุกคนสามารถเสนอไอเดีย ลงมือปฏิบัติ และรายงานผลได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติที่ยุ่งยาก หากตัวเราเป็นคนที่ชอบทำโปรเจคและลงมือผลักดันจนสำเร็จแล้วละก็ รับรองว่าต้องชอบองค์กรลักษณะนี้แน่นอน เพราะสามารถมองเห็นผลในความพยายามได้ในทันที และมีโอกาสได้สร้างความแตกต่าง การเปลี่ยนแปลง และนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  7. มีโอกาสทำงานที่หลากหลาย ข้อจำกัดของการมีพนักงานน้อย อาจเปิดช่องทางให้ได้มีโอกาสทำงานหลากหลายอย่าง ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะ ความรู้รอบตัว และชั่วโมงบินให้กว้างไกลขึ้นกว่าเดิม
  8. ท้าทายไม่จำเจกับการทำงานแบบเดิม ๆ มีโจทย์ให้คิดให้แก้ตลอดเวลา และยังรวมไปถึงการคิดสิ่งใหม่ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งนี่คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการ

{ Comments are closed }

ผู้สอบบัญชี (Auditor) อีกหนึ่งความก้าวหน้าในสายงานบัญชี

 

เรียนจบปริญญาตรีสาขาบัญชีนอกจากจะทำงานบัญชี  เป็น พนักงานบัญชี  แล้วยังมีอีกสายงานหนึ่งคือ ผู้สอบบัญชี (Auditor)  สำหรับสายงานนี้มีลักษณะงานที่มีความท้าทาย การก้าวเข้าสู่สายอาชีพผู้สอบบัญชี (Auditor)  จะได้เห็นงานในแต่ละธุรกิจมากมาย ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เป็นเรื่องแปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นและสนุกที่จะได้เรียนรู้

ผู้สอบบัญชี มีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินเอกสารข้อมูลและรายการบัญชีของ บริษัท ผู้สอบบัญชีการเงินรวบรวมข้อมูลจากระบบรายงานทางการเงินของ บริษัท งบดุลงบกระแสเงินสดงบกำไรขาดทุนงบดุลผลตอบแทนภาษีและระบบการควบคุมภายใน ข้อมูลจะได้รับการตรวจสอบและนำมาใช้เพื่อนำเสนอข้อมูลทางการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวกับองค์กรเฉพาะอย่างถูกต้องและยุติธรรมเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการทุจริตหรือข้อผิดพลาดร้ายแรงใน บริษัท

การจะเป็น ผู้สอบบัญชี (Auditor)  นอกเหนือจากความต้องการด้านการศึกษาและประสบการณ์แล้วผู้สอบบัญชีต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ด้วย การได้รับการกำหนด CPA เกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านการบัญชีและมาตรฐานการรายงานอย่างกว้างขวางนอกจากจะผ่านการตรวจสอบสี่ส่วนอย่างเข้มงวด

ทักษะ ความรู้ ความสามารถของผู้สอบบัญชี ที่สำคัญมากคือต้องมีพื้นฐานทางด้านการบัญชีที่ดี ดังนั้นเราต้องเริ่มต้นจากการเรียนจบบัญชีก่อน คือ ต้องมีทักษะและมุมมองภาพกว้างของงานบัญชี สามารถออกแบบและวิเคราะห์ข้อมูลได้ สามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลออกมาและสรุปประเมินผลความถูกต้องของงาน ต้องมีความละเอียดรอบคอบ อิสระและเป็นกลาง งานต้องไม่ผิดพลาดเพราะมีผู้ที่ต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูลในงบการเงิน

บุคคลที่จะมาทำหน้าที่ ผู้สอบบัญชี  ต้องมีบุคลิก นิสัยที่ มีความน่าเชื่อถือ สามารถแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้  แม้ว่าบางคนเป็นคนเฮฮามาก ๆ แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดี เวลาทำงานก็จะมีอีกบุคลิกหนึ่งที่จริงจังกับการทำงานและตั้งใจอย่างเต็มที่  มีสมาธิ จดจ่อกับการทำงานต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน ๆ  ละเอียดรอบคอบ ทำสิ่งซ้ำ ๆ ได้หลายครั้ง เพราะงานสอบบัญชีเป็นงานที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างมาก มีความรับผิดชอบและอดทน สามารถตรวจทานงานที่ต้องทำซ้ำได้หลายๆ ครั้ง เพราะเป็นงานที่เกี่ยวกับตัวเลขและความถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นหัวใจที่สำคัญในการทำงาน

ด้านความก้าวหน้าของงานผู้สอบบัญชี   เริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยผู้สอบบัญชี และก้าวต่อไปเป็นผู้สอบบัญชี หรือ CPA ที่เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบได้ โดยผู้ที่จะเป็น  CPA ได้นั้นจะต้องสะสมประสบการณ์การทำงานมาแล้วตามระยะเวลาที่สภาวิชาชีพบัญชีฯกำหนด และต้องไปทำการทดสอบเป็นผู้สอบบัญชี หากผ่านตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีฯกำหนดก็จะได้เป็นผู้สอบบัญชี  ซึ่งการเป็นผู้สอบบัญชีนั้นต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นอย่างมากนอกจากนั้นอาชีพผู้สอบบัญชียังเป็นอาชีพที่สามารถทำรายได้ให้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว และมีความอิสระในการทำงาน ซึ่งถือว่าเป็นวิชาชีพอิสระอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ

 

{ Comments are closed }

รู้จักสายงานบัญชี ให้รอบด้านก่อนเข้าสู่วงการ “นักบัญชี”

หากคุณกำลังพิจารณาจะสมัครงาน ในสายงานบัญชี  เรามาทำความรู้จักกับอาชีพ “นักบัญชี” กันสักหน่อย อาจช่วยในการตัดสินใจได้อีกทางหนึ่ง  เริ่มที่ ลักษณะโดยทั่วไปของงานบัญชี ได้แก่ การรับทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี การวางระบบบัญชี การบัญชีต้นทุน การพยากรณ์ทางการเงิน การวางแผนภาษีอากร การบัญชีเพื่อการบริหาร หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ๆ ของนักบัญชี ประกอบด้วย ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลทางการเงินตามระบบของการบัญชี  ทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย ให้กับองค์กร ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทางบัญชีบันทึกการจ่ายเงิน การรับเงิน และธุรกรรมทางการเงิน  ทำงบดุล และรวบรวมรายงานการเงินตามระยะเวลาที่กำหนด จัดแสดงรายรับรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท  ทำรายงานปิดงบการเงินประจำเดือนให้กับบริษัท

สายงานบัญชีไม่ได้เปิดกว้างให้กับคนที่เรียนจบมาจากสาขาอื่น เนื่องจาก งานบัญชีเป็นงานเฉพาะทาง ที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของงานอย่างลึกซึ้ง ไม่สามารถฝึกหัดกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เหมือนสายงานอื่น ๆ      ดังนั้น   ผู้ที่หางาน  Accounting ควรเป็นผู้ที่จบการศึกษามาจากคณะต่าง ๆ ดังนี้ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (สาขาการบัญชี) คณะเศรษฐศาสตร์ (สาขาการบัญชี) คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการบัญชี) คณะสังคมศาสตร์ (สาขาการบัญชี) คณะวิทยาการจัดการ (สาขาวิชาการบัญชีบริหาร) คณะบริหารศาสตร์ (สาขาการบัญชี)

งานในวิชาชีพบัญชีสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  1. งานบัญชีของธุรกิจ (Private Accounting) คือ งานบัญชีทั่วไป ที่นักบัญชีรับทำให้แก่บริษัทเอกชนทั่วไป
  2. งานบัญชีสาธารณะ (Public Accounting) คือ งานบัญชีอิสระ ที่ผู้ทำบัญชีจะให้บริการด้านการบัญชีโดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างของหน่วยงาน หรือองค์กรใด
  3. งานบัญชีของรัฐบาล (Governmental Accounting) คือ งานบัญชีที่ทำให้กับหน่วยงานรัฐบาล โดยนักบัญชี จะมีฐานะเป็นข้าราชการประจำของหน่วยงานราชการนั้น

เมื่อถามถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าสู่สายงานบัญชีนั้น ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญคือ  ต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ และเก็บรักษาความลับได้ดี เพราะนักบัญชีเป็นผู้ที่รู้ความเคลื่อนไหวทางการเงินของบริษัทอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ควรนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผย  มีความละเอียดรอบคอบ นักบัญชีจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทางบัญชี และเก็บรักษาไว้ในที่ที่ปลอดภัย  มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานบัญชีอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับงานบัญชี พัฒนางานของนักบัญชีให้ทันสมัยอยู่เสมอ มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ นักบัญชีต้องนำเสนอข้อมูลทางบัญชีที่น่าเชื่อถือ ถูกต้อง และรวดเร็ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการตัดสินใจ

ด้านรายได้ เงินเดือนของนักบัญชีในประเทศไทย  ถือ เป็นสายงานซึ่งมีอัตราเงินเดือนสูงเป็นอันดับ 3 ในระดับหัวหน้างาน ที่มีประสบการณ์ 5 ปี ขึ้นไป มีอัตราเงินเดือนอยู่ในช่วงระหว่าง 49,664 – 81,375 บาท  มีตำแหน่งงานได้แก่  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบัญชี  หรือ หัวหน้าฝ่ายภาษีระหว่างประเทศ  สำหรับพนักงานใหม่มีเพิ่งจบการศึกษาฐานเงินเดือนอยู่ที่ราว 15,000-25,000 บาทแล้วแต่หน้าที่รับผิดชอบและลักษณะองค์การ

 

{ Comments are closed }

7 คุณสมบัติสำคัญที่นักบัญชีมืออาชีพต้องมี

สายงานบัญชี เป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีความก้าวหน้าสูง ได้รับค่าตอบแทนน่าพอใจ และเป็นงานที่มีคุณค่าต่อองค์การ  เมื่อเรากล่าวถึงนักบัญชี ทุกคนคงนึกถึงคนที่ต้องทำงานคลุกคลีอยู่กับตัวเลข และเอกสารหลักฐานต่างๆ ทางการเงิน ของบริษัท

เมื่อเราคิดภาพของ “นักบัญชี”  ก็มักได้ยินคนอื่นๆพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  ต้องเป็นคนที่มียึดมั่นในหลักการ และทำตามขั้นตอนที่เป็นแบบแผนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนที่ทำงานสายงานบัญชี นอกจากนี้แล้ว ยังมีคุณสมบัติอื่นๆที่นักบัญชีที่ดีควรยึดมั่นปฏิบัติ ดังนี้

  1. สำคัญมากเรื่องของความซื่อสัตย์มีจรรยาบรรณวิชาชีพ เนื่องจากนักบัญชีจะรับทราบตัวเลขความเคลื่อนไหวทางการเงินของบริษัทอยู่ตลอดเวลา การเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ทางการเงินของบริษัทถือเป็นเรื่องไม่ควรทำเด็ดขาด
  2. ต้องมีความขยัน อดทนรับผิดชอบงานในหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงตามกำหนดเวลา เพราะหากทำงานผิดพลาดมีส่วนทำให้งานอื่นเสียไปด้วย
  3. ต้องเป็นคนที่มีความละเอียดรอบคอบ ถี่ถ้วนในการมอบหรือรับมอบเอกสารเกี่ยวกับการเงิน ควรเรียกเก็บหลักฐานทางการเงิน และตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้ง ควรจัดเก็บเอกสารการเงิน การบัญชีทุกฉบับไว้ในที่ปลอดภัย ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  4. ได้ทั้งทฤษฎี หลักการ และรู้จักการประยุกต์ใช้อย่างถูกต้อง กล่าวคือมีความรู้แน่นภาคทฤษฎี และประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจได้ นักบัญชีจำเป็นต้องนำทฤษฎีมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขได้อย่าง ถูกต้องแม่นยำ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท และนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับธุรกิจได้ด้วย
  5. ในการทำงานควรมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และหาวิธีที่จะทำให้ได้ตามเป้า แสวงหาวิธีการทำงานที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้นเร็วขึ้น และ กล้านำเสนอแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท รวมทั้ง รีบแจ้งผู้มีอำนาจทราบทันที เมื่อพบการทุจริต หรือความเสียหายใดๆ
  6. หากทำงานผิดพลาดพร้อมปรับปรุงตนเอง แสวงหาทางแก้ไข เพื่อ ไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง
  7. เปิดรับเทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสาร และสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลานักบัญชีควรหาโอกาสพูดคุยพบปะกับคนในวิชาชีพเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด และเข้าใจวิธีการทำงานของคนอื่น รวมทั้งหมั่นศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการบัญชี และภาษีอากรที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ

รู้แบบนี้แล้ว คงต้องบอกว่าเพียงคุณจบสาขาบัญชีมาได้รับปริญญาก็คงไม่พอกับการสมัครงานเข้าสู่การทำงานในสายอาชีพนี้ แต่คุณต้องพิจารณาตัวเองว่ามีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาหรือไม่ หากยังมีไม่ครบผู้สมัครงานต้องพัฒนาตัวเอง  คุณสมบัติเหล่านี้ ไม่ได้มีติดตัวมาแต่เกิด หากใครใฝ่ฝันอยากเป็นนักบัญชีที่ดีแล้วล่ะก็เริ่มต้นสร้างมันตั้งแต่วันนี้ รับรองว่าเมื่อคุณไปสมัครงาน นายจ้างต้องมองเห็นแววการเป็นนักบัญชีที่ดีในตัวคุณแน่นอน

{ Comments are closed }

ส่องเส้นทาง สายงานบัญชี อาชีพดีที่ยุคไหนก็รายได้ปัง

เมื่อเราเอ่ยถึงงานบัญชี (Accounting) หลายคนที่อยู่นอกวงการนี้ก็มักคิดถึงอาชีพที่รายได้ดี มีความเจริญก้าวหน้า และมีความสำคัญต่อองค์การ หลายคนก็เลือกเรียนในสาขานี้เพราะคิดว่าการสมัครงานจะง่ายเพราะตลาดต้องการคนในวิชาชีพนี้  โดยภาพรวมแล้วถือว่า  สายงานบัญชีเป็นสายงานที่ท้าทาย เพราะจะต้องทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย ต้องละเอียดอ่อน อดทน และกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา การจะเข้าสู่สายอาชีพนี้ต้องจบมาโดยตรงจึงจะมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง เพราะเป็นเรื่องของวิชาชีพ

ทักษะความสามารถที่ควรมีในสายงานบัญชี ที่สำคัญคือ  การบัญชี การเงิน ธุรกิจ ภาษีอากร กฎหมายนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ การจัดการด้านการบัญชีและการเงิน  มาตรฐานบัญชี กฎหมายที่เกี่ยวข้องการ เช่นประมวลรัษฎากร  นอกจากนั้นควรมีความรู้ข้ามศาสตร์ เช่น ความรู้พื้นฐานการบริหารการเงิน ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ เศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาค พฤติกรรมองค์กร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ความสามารถในการเป็นผู้นำ ความสามารถในการนำเสนอผลงานอย่างมืออาขีพ (professional presentation)นอกจากนั้นต้องมี logical thinking, analytical skill”

เมื่อเราพิจารณา งานเกี่ยวกับการทำบัญชี พบว่ามีขอบเขตค่อนข้างกว้าง   อาทิ บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีลูกหนี้ บัญชีซื้อ บัญชีขาย การคิดต้นทุนการผลิตแบบต้นทุนงาน (job order costing) แบบการคิดต้นทุนการผลิตแบบต้นทุนต่อเนื่อง (Job processing costing) การลงบัญชีทั่วไป (general ledger) การปิดบัญชี การทำบัญชีกำไรขาดทุน การทำบัญชีงบแสดงสถานะการเงิน งบกระแสเงินสด การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม การคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้มูลค่าเพิ่ม การยื่นแบบเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายทางบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล การคำนวณภาษีที่ได้รับการยกเว้น BOI เป็นต้น

ข้อดีของสายงานบัญชี นั้น มีทั้งกับตัวคนทำงานเองที่จะฝึกตัวเองเป็นคน มีระเบียบวินัยในตัวเอง สร้างนิสัยที่มีความละเอียดรอบคอบ รู้จักการมีเหตุผล รู้จักการคิดใช้ความคิดมากขึ้น รู้ถึงการวิเคราะห์ รู้จักวางแผนการใช้เงินได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งตลาดแรงงานมีความต้องการสูงเนื่องจากทุกองค์กรต้องทำบัญชี  การทำงานบัญชียังทำให้ได้ศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ในเรื่อง วิธีการดำเนินงานของบริษัท ในด้านการบริหารจัดการด้านการเงิน รู้กฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของนักบัญชีหลายคนก็ได้สะท้อนให้เห็นข้อเสียของสายงานบัญชี อาทิ เป็นงานที่เครียดและกดดัน เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ มีความกดดันสูงในเรื่องต้องกระชับเวลาให้งานเสร็จภายในกำหนด ถ้าเกิดข้อผิดพลาดผู้ทำบัญชีต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการที่จะบันทึกบัญชี อาจทำให้กลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ เครียด และรูปแบบการทำงาน ค่อยข้างจำเจ ใครจะสมัครงานสายงานนี้ต้องคิดดีๆ

รายได้เริ่มต้นของคนเข้าทำงานในสายงานนี้มักได้สูงกว่าผู้เริ่มทำงานในสายงานอื่น อีกทั้งมีค่าตอบแทนพิเศษหากมีความสามารถอื่นๆ จึงเป็นที่น่าสนใจทีเดียว หากใครชอบตัวเลข และมีความรอบครอบ มีระเบียบ เลือกเรียนมาทางสายงานบัญชี อนาคตอันใกล้นี้รับรองไม่ตกงาน

{ Comments are closed }