พิจารณาข้อตกลงในการจ้างงานให้ดี ก่อนตกลงปลงใจเข้าทำงาน

 

หากคุณหางานมาสักพัก แล้ว ได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน เราขอแสดงความยินดีด้วย มากๆ เลย เพราะใครๆก็อยากได้งาน ที่ได้ค่าตอบแทนจริงไหม แต่ก่อนที่คุณจะตกลงปลงใจเข้าทำงาน เก็บอาการดีใจไว้ก่อน แล้วขอให้ตั้งสติพิจารณา “ข้อตกลงในการจ้างงาน” ให้ดีๆเพราะนี่คือสิ่งที่จะกำหนดชีวิตการทำงานของคุณ คุณต้องพิจารณาว่าข้อตกลงนี้เป็นธรรมและคุณมีความพอใจมากน้อยเพียงใด เสียเวลาพิจารณาให้ดี กว่าจะหางานได้ อย่าตกม้าตายโดยการไปทำงานที่จะทำให้คุณไม่มีความสุข บอกเลยว่าถ้าข้อตกลงไม่เป็นธรรมบางทีการหางานใหม่เป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่ายอมเข้าทำงาน ว่าแล้วก็มาดูกันเถอะว่าควรพิจารณาเจ้าเอกสารภาษากฎหมายที่ดูจะอ่านยากที่ประเด็นไหนบ้าง

 

  1. ตำแหน่งงานและรายละเอียดของงาน   เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อตอบรับเข้าทำงานแล้ว จะต้องอ่านให้ละเอียดถี่ถ้วนเพราะจะมีผลโดยตรงต่อการทำงานในอนาคต พิจารณาขอบเขตการทำงาน ถ้าไม่ตรงกับข้อตกลงก่อนหน้านี้ต้องรีบแย้ง ไม่อย่างนั้น การทำงานของคุณอาจจะกลายเป็นเรื่องลำบากเพราะว่าคุณจะต้องทำงานมากมายที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของคุณ ซึ่งจะทำให้การทำงานประจำไม่มีประสิทธิภาพแล้วงานรองก็อาจจะมากงานหลักอีกด้วย
  2. ค่าชดเชยและผลประโยชน์ เมื่อต้องเซ็นสัญญาเรื่องเงินเดือนและโบนัสต้องตรวจสอบให้ดี คุณควรที่จะตรวจสอบอีกรอบหนึ่งว่าในเอกสารระบุไว้ถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบถึงสวัสดิการอื่นๆ ด้วยว่าตกลงกันไว้อย่างไรบ้าง เช่น ประกันสุขภาพ เบี้ยเลี้ยงเดินทาง และโบนัสอื่นๆ
  3. ตารางการทำงาน นอกจากเรื่องของวันทำงานแล้ว คุณควรตรวจสอบจำนวนชั่วโมงที่คุณต้องทำงานในแต่ละวันรวมถึงเวลาพักเบรกระหว่างวันและเวลาพักเที่ยงด้วย ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมีระบุด้วยว่าคุณอาจจะต้องทำงานล่วงเวลาในช่วงเวลาที่งานเยอะด้วยหรือไม่ เพื่อที่จะประเมินได้ว่าคุณจะได้รับค่าล่วงเวลาเท่าไหร่ อย่างไร สำหรับประเมินว่าเมื่อรวมรายได้ทั้งหมดแล้วคุณจะจัดสรรเงินต่อได้อย่างไร
  4. วันลาป่วยและนโยบายลาหยุด คุณต้องรู้ว่าด้วยว่าบริษัทที่จะเข้าทำงานนั้นมีวันหยุดพักร้อนเท่าไหร่ มีนโยบายเกี่ยวกับการลาป่วยอย่างไร รวมไปถึงการลากิจต่างๆ ด้วย ต้อใช้เอกสารอะไรประกอบการลางาน และ กำหนดให้การลา เช่น การลาคลอด ลาบวช เป็นไปตามกกหมายแรงงานหรือไม่
  5. ข้อตกลงและเงื่อนไขการเลิกจ้าง  บริษัทต่างๆ ก็จะมีข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไปถึงแม้จะมีกฎหมายแรงงานคุ้มครองอยู่พนักงานอยู่ ดังนั้นต้องดูว่ารายละเอียดที่กำหนดการชดเชยนั้นอยู่ในเงื่อนไขใด ทั้งนี้หากบริษัทบอกว่าไม่มีหรือยังไม่ได้ทำ คุณจะต้องทวงเพื่อให้รู้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นหากมีปัญหากันขึ้นมาคุณจะไม่มีสิ่งที่นำไปอ้างอิงความถูกต้องของตัวเอง

 

{ Comments are closed }

สิ่งจำเป็นพื้นฐาน ที่นักขายสายพันธุ์ดิจิทัล ต้องเรียนรู้

 

“งานขาย”เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจที่สร้างรายได้ให้องค์กร เป็นศาสตร์แห่งศิลป์โน้มน้าวผู้ชื้อให้เชื่อในสิ่งที่นักขายนำเสนอและซื้อสินค้าในที่สุด ปัจจุบัน ธุรกิจใช้เครื่องมือดิจิทัลในการหาลูกค้าใหม่ ในฐานะที่คุณคือนักขาย ผู้ทำหน้าที่โดยตรงในสายงานขาย  ต้องเรียนรู้รูปแบบการขายแบบใหม่ หากเราพิจารณาดีๆจะพบว่า ปัจจุบีนนักขายมีโอกาสที่จะเจอผู้ชื้อแบบตัวต่อตัวน้อยลง เพราะ“ดิจิทัล”ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ซื้อและการผูกสัมพันธ์กับผู้ซื้ออย่างสิ้นเชิง แล้ว ลูกค้า จะเลือกใช้สินค้าได้อย่างไร คำตอบคือ Digital Platform เข้ามามีบทบาทมาก นักซ๊อปยุคดิจิทัล ใช้เวลามากขึ้นบนโลกออนไลน์ ดังนั้นธุรกิจจะต้องปรับกลยุทธ์งานขาย

คุณในฐานะนักขาย ต้องมองงานขายยุคใหม่ให้ออก การขายด้วยช่องทางเดิมๆ เช่น ทางโทรศัพท์, อีเมล์, พบหน้า อาจไม่ตอบโจทย์การขายสมัยใหม่   และในตลาดที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น งานขายจะต้องมีกิจกรรมการหาลูกค้าใหม่ ติดต่อลูกค้า เสนอราคา เจรจาต่อรอง ปิดการขาย จนถึงบริการลูกค้าหลังการขาย อย่างรวดเร็ว เพื่อการก้าวสู่การเป็น นักขายสายพันธุ์ดิจิทัล สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้เบื้องต้น  คือ

  1. การแสวงหาลูกค้าใหม่ นักขายพันธุ์ใหม่ต้องสามารถหาได้จากสื่อสังคมออนไลน์ อย่าง Facebook หรือ LinkedIn เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับนักธุรกิจ เป็นสิ่งที่นักขายพันธ์ุใหม่ต้องศึกษาและทดลองใช้ อาทิ การนำเสนอกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเองได้ผ่าน LinkedIn  การใช้ Facebook เพื่อหาลูกค้าใหม่ การแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้อื่นที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็สามารถสร้างโอกาสการขายใหม่ได้ เครื่องมือ Messenger สามารถใช้สนทนากับลูกค้าแบบตัวต่อตัวได้ดีเช่นกัน  การใช้ Google Drive เป็นเครื่องมือที่ใช้เก็บไฟล์และเอกสารการทำงานได้ ช่วยให้นักขายพันธ์ุใหม่ทำงานได้ทุกที่และยังสามารถแชร์ไฟล์กับทีมงานขายได้อีกด้วย
  2. การติดต่อลูกค้า นักขายพันธุ์ใหม่ใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือการสนทนาออนไลน์ได้ รวมทั้ง นักขายจะต้องเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์เอง ทั้งสนทนา แลกเปลี่ยน แชร์ กับลูกค้า แล้วการขายของคุณจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  3. การปิดการขาย นักขายพันธุ์ใหม่ ต้องสามารถนำเสนอราคาด้วยแทบเล็ตแล้วให้ลูกค้าเซ็นยืนยันได้ทันที เพื่อไม่ให้เสียโอกาสการขายปัจจุบันมีเครื่องมือบริหารการขายและเครื่องมือส่งเสริมงานขาย ให้เลือกหลากหลาย ในราคาที่ไม่สูงเช่น ซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารการขาย ถือเป็นแกนกลางของการใช้เครื่องมือดิจิทัลทั้งหมด นักขายจะต้องเก็บข้อมูลลูกค้า กิจกรรมการขาย ติดตามโอกาสขายและกิจกรรมในทุกขั้นตอนการขายด้วยระบบนี้ ดังนั้นอยากให้เริ่มจากจุดนี้ก่อนแล้วใช้เครื่องมือดิจิทัลอื่นๆ ตามมา

{ Comments are closed }

การหางานผ่าน Social Network

เดี๋ยวนี้จำเป็นต้องสารภาพว่า Social Network สังคมออนไลน์มีความหมายกับมนุษย์อย่างใหญ่โต ด้วยเหตุว่าสามารถสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วก็เชื่อมโยงกับโลกและก็คนอื่นได้อย่างมากมาย สบายเร็วทันใจ ไม่ว่าจะเป็น LinkedIn, Facebook, Instagram หรือ Twitter ที่เป็นหลักที่ให้พวกเราได้ให้ความเห็น JOBTOPGUN ติดต่อเสวนากันได้อย่างอิสรเสรีและก็บันเทิงใจ สามารถที่จะสร้างรายได้สำหรับการขายสินค้าออนไลน์ เสวนากับเพื่อนฝูงแล้วก็ผู้อื่นได้ตลอด 1 วัน รวมทั้งที่สำคัญโลกอินเตอร์เน็ตยังเป็นหลักที่ที่จะช่วยให้โอกาสสำหรับการหางานได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย การหางานผ่านทาง Social Network นั้นเต็มไปด้วยความสบายเร็วทันใจ ไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงได้อย่างมากมาย เป็นตัวกึ่งกลางที่จะเชื่อมโยองค์แขนที่รับสมัครงานกับคนที่กำลังหางาน ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถที่จะเข้าไปมองประกาศรับสมัครงานผ่านทางกรุ๊ปเฟซบุ๊คที่เก็บบริษัทที่อยากได้สมัครงานไว้นานาประการ ผู้ประกอบกิจการที่เข้ามาประกาศรับสมัครงานไว้ภายในเพจเฟซบุ๊ค หรือหน้าเว็บของหน่วยงานรวมทั้งบริษัทนั้นๆที่จะแสดงถึงตำแหน่งแล้วก็งานที่ปรารถนารับสมัคร รวมถึงเฟซบุ๊คและก็เว็บประกาศรับสมัครงาน ฯลฯ นอกเหนือจากการหาวิถีทางแล้วก็แหล่งประกาศรับสมัครงานผ่านทาง Social Network แล้ว สังคมออนไลน์ยังเป็นหลักที่ที่จะให้ท่านได้งานทำอีกด้วย เพราะเหตุว่าคุณสามารถที่จะใช้ Social Network เป็นวิถีทางสำหรับเพื่อการโฆษณาและก็ช่วยหางาน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเอง สังคมออนไลน์จะมีผลให้คุณได้เผชิญเพื่อนฝูงที่นานัปการ มีชื่อเสียงอย่างมากมาย ช่วยกระชับความเชื่อมโยงและก็เพิ่มช่องทางสำหรับการหางานได้มากเพิ่มขึ้น แค่เพียงคุณควรต้องรู้จักสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ไม่สมควรบอกหรือโพสต์คำที่ไม่สุภาพออกไปสู่หมู่ชน เพราะว่าคำบอกเล่ารวมทั้งความประพฤติปฏิบัติในโลกอินเตอร์เน็ตบางครั้งอาจจะมีผลต่อการหางานแล้วก็ภาพลักษณ์ของคุณได้ @img@ ด้วยเหตุนี้ควรจะแสดงออกถึงความสุภาพ ลักษณะท่าทางที่มีความเป็นมือโปร นอกนั้นคุณจำเป็นจะต้องแสดงถึงทัศนคติที่ดีในเรื่องงาน เนื่องจากว่าในขณะนี้หน่วยงานรวมทั้งบริษัทส่วนมากให้ความเอาใจใส่สำหรับการพูดจาในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นอันมาก จะมีการตรวจ Social Network ของผู้มาสมัครทำงานก่อนเสมอ ถ้าคุณกล่าวหรือพูดจาในด้านลบเกี่ยวกับการทำงานหรือบริษัทเก่าหรือหน่วยงานที่คุณสมัคร ก็อาจทำให้ถูกมองดูในด้านลบได้ ยิ่งไปกว่านี้ควรใช้สังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ต่อการหางาน เผยข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับความถนัดแล้วก็ความรู้ความเข้าใจของคุณ เพื่อจะกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความเด่นแล้วก็เป็นที่พอใจของผู้ประกอบกิจการ Social Network เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเพื่อการหางานมากมายก่ายกอง เพราะว่าจะช่วยเพิ่มช่องทางที่ดีแล้วก็แสดงถึงความเป็นสามารถ ถ้าเกิดคุณใช้ในทางที่ถูกแล้วก็แสดงภาพลักษณ์ที่เป็นมือโปร

{ Comments are closed }

ทำยังไงดี เมื่อ Social Media มีผลต่อการสมัครงาน

 

Social Media กลายเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งดี ร้าย ของใครหลายคนแต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่อาจลืมได้คือ พื้นที่การแสดงความคิดเห็นหรือบอกเรื่องราวของคุณไม่ใช่ที่ส่วนตัวแต่เป็นที่สาธารณะที่พร้อมเปิดให้หลายคนเข้ามาสัมผัส

ในปัจจุบันการสมัครงานนั้นนอกจากพิจารณาใบสมัคร CV และเอกสารประกอบที่คุณนำมาแสดงให้เห็นความสามารถแล้ว ฝ่าย HR ยังพิจารณาพฤติกรรมของผู้สมัครงานด้วย สิ่งที่ทำให้รู้จักคุณมากกว่าการสัมภาษณ์ก็คือดูว่าคุณคิด รู้สึก หรือ มีทัศนคติอย่างไร ผ่านการใช้พื้นที่ Social Media เพียงฝ่าย HR นำชื่อ เบอร์โทร หรือ e-mail ของคุณไปสืบค้นก็สามารถเข้าสู่บัญชี Social Media ของคุณได้แล้ว แบบนี้แล้วเราคงไม่อาจเรียกพื้นที่ส่วนตัว ที่อยากจะทำอะไรก็ได้ เพราะมันกำลังมีผลต่อการสมัครงาน ดังนั้นแล้วสำหรับคนวัยทำงานหรือคนหางานสิ่งที่คุณควรทำในการใช้ Social Media คืออะไร เรามีข้อแนะนำมาฝากกัน

  1. อย่าให้มีรูปภาพที่ไม่เหมาะสม กรณีการใช้รูปตัวเองเป็นรูปโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย ควรจะเป็นรูปที่สุภาพ อย่างน้อยต้องเป็นรูปที่คุณมั่นใจว่ามันจะไม่ทำลายภาพลักษณ์ของคุณ เช่น รูปที่แต่งตัวโป๊มากเกินไป หรือรูปที่คุณอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม รวมไปถึงรูป หรือวิดีโอต่างๆ ที่คุณโพสต์ หรือถูกแท็กมาจากเพื่อนก็เป็นสิ่งที่คุณต้องระวังเช่นกัน
  2. ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เพราะการที่คุณตั้งค่าทุกอย่างเป็นสาธารณะที่ทุกคนบนโลกอินเทอร์เน็ตสามารถเห็นได้ นั่นหมายความว่าคุณต้องพร้อมที่จะยอมรับกับผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจตามมา
  3. ก่อนการสมัครงานเพื่อป้องกันการเกิดปัญหา คุณควรจะลบสิ่งที่ไม่เหมาะสม ออกจาก Social Media ของคุณ และคุณควรที่จะจัดการโซเชียลมีเดียของคุณให้ดีอยู่ตลอดเวลาด้วย
  4. สิ่งที่ไม่ควรโพสใน Social Media ได้แก่ ถ้อยคำไม่สุภาพ แง่ลบของลูกค้า อย่าพูดเรื่องไม่ดีของผู้คน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำไม่ดีก็ตาม  เรื่องการเมืองหรือศาสนา เนื้อหาที่ไม่ได้อ่านซ้ำ  รวมถึงเนื้อหาที่ไม่ได้ถูกแก้ไขให้เหมาะสมถูกต้อง  ดราม่า  การพยายามใช้ประโยชน์จากโศกนาฏกรรมอาจทำให้เกิดผลกระทบในด้านที่อาจคิดไม่ถึง  ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด เช่น ข้อความพาดหัวเรื่องที่จงใจให้เข้าใจผิด  รวมถึงเนื้อหาที่ไม่ได้ให้เครดิต  โพสต์ที่ดีควรมั่นใจว่า ได้บอกที่มาหรือให้เครดิตกับเนื้อหาที่ควรให้เครดิต
  5. อย่าลืมว่าการทำให้ Social Media ของคุณมีแต่ด้านดีก็อาจไม่ดีเสมอไป คล้ายการจัดฉากเพื่อนำเสนอด้านที่ดี จนเกินคำว่ามนุษย์ จนเป็นที่น่าสงสัย  ดังนั้นควรที่ใช้สติไตร่ตรองก่อนโพสทุกครั้ง ทำให้มันเป็นนิสัยติดตัวจะดีกว่าการพยายามสร้างภาพให้คุณดูดีเกินไป

 

{ Comments are closed }

ส่อง สายงานที่ตลาดยังต้องการในยุคไทยแลนด์ 4.0

 

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 หลายสายงานได้หายไป หลายอาชีพได้เกิดขึ้นใหม่ ในฐานะของคนหางาน ก็ต้องศึกษาทิศทางตลาดแรงงานให้ดี   เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งาน หากเราสมัครงานในตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการน้อยโอกาสหางานก็คนน้อยลงไปด้วย ในวันนี้เราจึงขอนำเสนอถึงตลาดงานที่เรียกว่ายังคึกคักและเปิดรับสมัครงานในหลายอัตราเพื่อเป็นข้อมูลของคนหางาน มาดูกันเลยว่า 5 อันดับแรกมีสายงานมีอะไรบ้าง

อันดับที่ 1  งานขาย   ยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ คนที่จะทำงานตรงนี้ได้นั้น นอกจากจะต้องรู้จักสินค้าที่ตัวเองจะขายเป็นอย่างดีแล้ว ยังจะต้องเป็นคนที่มีศิลปะการพูด และเทคนิคในการเจรจาและโน้มน้าวใจ รวมถึงมีบุคลิกภาพที่เปิดกว้างพร้อมให้บริการลูกค้าอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจและตัดสินใจซื้อสินค้าของเรานั่นเอง

อันดับที่ 2 งานช่างเทคนิค  ช่างเทคนิคเป็นอาชีพที่เปิดรับผู้สมัครจากหลากหลายระดับการศึกษา มีตั้งแต่ ปวช. ปวส. ไปจนถึงปริญญาตรี ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความรับผิดชอบของงาน งานช่างเทคนิคยังแบ่งสาขาเฉพาะได้จำนวนมากอีกด้วย เช่น ช่างเทคนิคบริการหลังการขาย ช่างเทคนิควงจรไฟฟ้า ช่างเทคนิค ช่างพิมพ์ รวมไปถึงช่างที่คอยติดตั้ง ดูแล บำรุงรักษา หรือแม้แต่ควบคุมการใช้งานต่าง ๆ ของเครื่องจักร

อันดับที่ 3  งานผลิต และ ควบคุมคุณภาพ  ความที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้ามากมาย จึงทำให้สายงานนี้เป็นที่ต้องการของตลาดงานจำนวนมากเลย เพราะกว่าที่สินค้าจะสามารถขายออกสู่ตลาดและทำกำไรให้กับบริษัทได้นั้น ต้องมาจากปัจจัยพื้นฐานที่ว่า สินค้านั้นจะต้องมีคุณภาพและมีมาตรฐาน

อันดับที่ 4  งานบริการลูกค้า  เมื่อคนซื้อสินค้าหรือบริการไปแล้วพบปัญหาในการใช้งาน ต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องอยากสอบถามอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ บุคคลกลุ่มแรก ๆ ที่จะต้องพูดคุยกับลูกค้าก็คือคนที่ทำงานบริการลูกค้า หรือลูกค้าสัมพันธ์ ที่จะต้องคอยดูแล ให้คำแนะนำ รวมถึงประสานงานหาทางแก้ไข เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกประทับใจตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างซื้อ จนไปถึงขั้นตอนบริการหลังการขาย จึงเป็นอีกหนึ่งสายงานที่หลาย ๆ บริษัทขาดไม่ได้เลย

อันดับที่ 5  งานบัญชี / การเงิน  งานสายบัญชี / การเงินถือเป็นงานที่มีความสำคัญ และถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ โดยเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการบันทึก จัดเก็บ รวบรวม และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารรายรับรายจ่าย ตลอดจนการจัดทำรายงานทางการเงินในการแบ่งส่วนทรัพยากร คนที่ทำงานในสายนี้จำเป็นต้องมีความละเอียดรอบคอบ ถี่ถ้วน เป็นตำแหน่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในองค์กร ทำให้ สายงาน บัญชี / การเงิน เป็นที่ต้องการของตลาดงานอยู่ตลอดเวลา

จะเห็นได้ว่างานอย่าง งานขาย งานผลิต และ ควบคุมคุณภาพ  งานบริการลูกค้า เป็นสายงานที่เปิดกว้างไม่กำหนดวุฒิการศึกษาจึงเป็นโอกาสหนึ่งที่ผู้สมัครงานจะลองสมัครงานไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมา อาจทำให้มีโอกาสหางานได้เร็วขึ้นและได้รับประสบการณ์ใหม่อีกด้วย

 

{ Comments are closed }