ย้ำกันชัดๆ การสมัครงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ของแบบนี้ต้องเตรียมตัว

คนที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการหางาน มีทั้งที่กลัวไปหมดทุกอย่าง กังวลจนไม่เป็นอันทำอะไร และ ก็ยังมีคนที่ประมาท โดยไม่คิดว่าการสมัครงานนั้นมีความสำคัญ  เห็นว่าไม่ต้องเตรียมตัว หากคุณคือใครสักคนในคนทั้ง 2 ประเภทที่กล่าวมา ขอให้คุณคิดใหม่และตั้งสติ เพราการสมัครงานนั้นพูดให้ง่ายก็การ “การขายตัวเอง”  โดยที่คุณจะต้องนำเสนอให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าเขาควรจ่ายค่าจ้างให้คุณแลกกับความรู้ความสามารถและการที่คุณจะสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร

การที่คุณจะสามารถขายตัวเองให้ได้ จนสามารถหางานได้นั้น คงไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะไม่ใส่ใจ และ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวจนไม่เป็นอันทำอะไร เพราะทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้ด้วย “การเตรียมตัวที่ดี”

การเตรียมตัวเพื่อการสมัครงานนั้น ควรเริ่มต้นที่การมีความคิดว่าจะหางานที่ “เหมาะสม” กับคุณดังนั้นคุณควรวิเคราะห์ความสนใจ ทักษะ สามารถของตัวเอง เพื่อวางเป้าหมายที่ชัดเจน  การมองหางานที่เหมาะสมอาจใช้เวลาสักพัก ในขณะที่เพื่อนของคุณอาจหว่านใบสมัครไปโดยไม่วิเคราะห์อะไรเลย แล้วก็ยังไม่ได้งานสักที คุณอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่สามารถให้ข้อมูล คำแนะนำ กับคุณ การที่ใช้เวลาตรงนี้จะนำผลที่ดีมาให้คุณ อย่ามองมันเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะมันดีกว่าการไปวิ่งหางานที่คุณไม่ได้รู้สึกชอบและมีความสามารถที่จะทำ

ในช่วงระหว่างหางาน จงทำอะไรก็ได้ที่ช่วยให้คุณได้เรียนรู้มากขึ้น ทั้งที่เกี่ยวกับตัวเอง และบริษัทเป้าหมายที่เล็งไว้ ศึกษาให้เข้าใจบริบทแวดล้อมขององค์กร  และอาจจะเริ่มต้นจากการเข้าห้องสมุด ค้นคว้าหาข้อมูล

จากนั้นก็ถึงเวลา ทำสื่อเพื่อ PR ตัวคุณเอง ง่านที่สุดและเป็นที่นิยมอันถือเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ใช้กันในการแนะนำตัวเองให้ผู้ว่าจ้างรู้จักก็คือการจัดทำ ประวัติย่อ (Resume)  ซึ่งทำได้ทั้งแบบดั้งเดิม และการส่ง ประวัติย่อทางอี-เมล์ หรือเรียก ว่า E-Resume ใน Resume ที่ดีต้องประกาศความต้องการที่จะทำงาน เพื่อเป็นการโฆษณาคุณสมบัติของคุณ ให้นายจ้างทั้งได้รับรู้  จงบอกเล่าถึงความสำเร็จที่เด่นๆ ของคุณที่สอดคล้องกับความต้องการที่จำเพาะของตำแหน่งงานที่สมัครและคุณสมบัติที่องค์กรต้องการ

หากใบสมัครและ Resume ของคุณเข้าตา การสัมภาษณ์งานจะตามมา ถึงเวลานี้การสวมวิญญาณ รักเล่าเรื่องที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก อย่างเพียงพยายามคำตอบแบบมาตรฐานที่ท่องมา ควรฝึกการพูดให้เป็นธรรมชาติและสื่อสารให้คล่องแคล่ว   และจงจำไว้ว่า การสื่อถึงคุณค่าในตัวคุณต้องมาก่อนการพูดถึงค่าตอบแทน

อีกอย่างที่สำคัญสำหรับคนหางาน จงจำไว้ว่าการ “ถูกปฏิเสธ” เป็นส่วนหนึ่ง ของความสำเร็จ ใน จงเรียนรู้ที่จะยอมรับ ว่ากันว่า มาตรฐานในการหางานคือ จะต้องถูกปฏิเสธ 8 ครั้งก่อน จะได้รับการตอบรับสักครั้งหนึ่ง   อย่าให้การหางานเป็นประสบการณ์ที่ย่ำแย่ แต่จงเรียนรู้และปรับปรุงตนเองจากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา

 

{ Comments are closed }

เมื่อคุณถูกหุ่นยนต์สัมภาษณ์งาน คุณต้องเตรียมตัวอย่างไร

โดยปกตินั้นการสมัครงานถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย อยู่แล้ว มีการแข่งขันมากมายและการสัมภาษณ์งานที่ต้องการผู้ทำงานเพียงคนเดียวขากผู้สมัครงานนับร้อยนั้นสร้างความเครียดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่เพียงผู้สมัครงาน แต่ผู้สัมภาษณ์  กรรมการตัดสิน องค์กรที่จะเป็นผู้จ้างงานเองก็ต่างต้องเครียดที่จะหาคนที่ดีที่สุดมาร่วมงาน

การคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือไม่กี่คนเพื่อเข้ามาสัมภาษณ์เพื่อให้ได้คนที่มีคุณสมบัติตรงความต้องการมากที่สุด สร้างความปวดหัวให้กับผู้เกี่ยวข้อง จึงเกิดเป็นแนวคิดในการนำเอา AI อย่าง HireVue มาช่วยคัดกรองผู้สมัครจำนวนหลายคนในเวลาพร้อมกัน

HIrevue

HI revue เป็น AI รูปแบบหนึ่งที่เข้ามาช่วยในการสังเกตการณ์ผู้สมัครงานในเวลาเข้ารับการสัมภาษณ์งาน โดย HI revue จะช่วยจับภาพใบหน้าตอนสัมภาษณ์งาน และจะจับคู่กับงานที่เหมาะสมให้กับผู้สมัครงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ว่าไปแล้ว HireVue ก็คือแพลตฟอร์มการสัมภาษณ์ด้วยวิดีโอ โดย AI 0tดึงข้อมูลกว่า 25,000 จุดบนใบหน้า ของผู้สมัครงาน เช่น ภาษากาย การแสดงสีหน้าและอารมณ์ การตอบสนองต่อการสัมภาษณ์ น้ำเสียงที่ใช้ มาประมวลผล ว่าผู้สมัครคนไหนเหมาะกับตำแหน่งว่างมากที่สุด กระบวนการนี้จะช่วยทุ่นเวลาให้กับฝ่าย HR และทำได้แม่นยำเพราะไม่มีการนำความรู้สึกหรืออคติเข้ามาเกี่ยวข้อง

HireVue ไม่ได้ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบ real-time แต่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครอัดวิดีโอตอบคำถามสัมภาษณ์ส่งเข้ามา สามารถส่งเข้ามากี่ครั้งก็ได้ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานระบบนี้ที่อเมริกาแล้วกว่า 4 ล้านรายที่เข้ามารับการสัมภาษณ์

ยังถือว่าเป็นการเปิดช่องให้คนสมัครงานสามารถเตรียมตัวในการรับการทดสอบได้ แต่ต่อไปเมื่อมีการนำหุ่นยนต์มาสัมภาษณ์งานแบบตัวต่อตัวโดยไม่มีเวลาให้คนเตรียมตัวคนจะทำอย่างไร

HIrevue

สิ่งที่จะแนะนำได้คือการเตรียมตัวอยู่เสมอ สร้างตัวเองให้มีทักษะที่ดีพร้อมต่อการทำงานให้มากที่สุด ฝึกซ้อมการแสดงออกทางอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ ฝึกการอยู่ร่วมกับ AI ให้มากขึ้น ให้ AI เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น

ในส่วนขององค์กรเองนั้นหากจะนำ AI มาใช้ในการสัมภาษณ์งานต้องเข้าใจก่อนว่าการทำงานของ AI นั้นสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรหรือไม่โปรแกรมที่มีการติดตั้งให้ AI ประมวลผลนั้นตรงกับที่องค์กรต้องการใช้เพื่อคัดเลือกคนหรือไม่การลงทุนมีความคุ้มค่าหรือไม่ ลักษณะงานขององค์กรต้องพิจารณาโดยการใช้ทัศนคติจากมนุษย์จริงๆหรือไม่เพราะไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างง่ายดายหากขาดความเข้าใจ ในทางตรงกันข้ามอาจสิ้นเลืองไม่สามารถคัดคนตามที่ต้องการได้

เราเห็นข่าวการเข้ามาทำหน้าที่เสมือนเป็นคนของ AI หนาหูขึ้นทุกวันคงไม่เกินจริงถ้าเราจะบอกว่าวันนึงคุณอาจมีเพื่อร่วมงานที่นั่นโต๊ะข้างๆเป็นหุ่นยนต์ อย่าลืมทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ของคุณนะ

{ Comments are closed }

จบแล้วหางานเลย หรือ เอ่อระเหยสักพัก จึงตั้งหลักดี

เราคงไม่อาจฟันธงว่าจบแล้วสมัครงานเลย หรือ จะทำอะไรที่อยากทำก่อนจึงตั้งหลักสมัครงาน  อะไรดีกว่ากันเพราะแต่ละคนมีจุดมุ่งหมายและข้อจำกัดที่ต่างกันออกไป แต่เราจะขอนำเสนออีกมุมหนึ่งที่เด็กจบใหม่อาจจะนำไปเป็นแนวทาง ว่าเมื่อเรียนจบแล้วสิ่งที่น่าสนใจจะทำก่อนการสมัครงานมีอะไรบ้างส่วนใครจะเลือกไปใช้อันนี้ขอให้พิจารณาความพร้อมของตัวเองเป็นหลักจ้า

อย่างแรก  เรียนรู้เสียงของหัวใจตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก  บางคนลืมตั้งคำถามนี้ตลอดเวลาที่เรียนมา 4-6 ปี การรู้สิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ชอบ ตลอดทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง จะทำให้สามารถพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น และรู้ว่าคุณเหมาะกับงานที่อยากทำไหม ถ้ายังจะทำยังไงให้สามารถมีทักษะความสามารถนั้นๆเพื่อจะได้ไม่ผิดหวังเมื่อไปสมัครงาน  คนที่ข้ามขั้นตอนนี้ไปมักพบเจอกับสิ่งที่คุณจะทรมานในชีวิตการทำงานที่ไม่ตรงจริต

ตั้งธงในใจว่าบริษัทหรือประเภทงานไหนที่คุณอยากเข้าไปมีส่วนร่วม ควรทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบก่อนที่จะมาเจอโลกความเป็นจริง  ควรไปหาทำงาน Part-time ที่เกี่ยวข้องทำ  หรือถ้ามันข้ามเวลานั้นมาแล้วใช้ช่วงเวลาที่เพิ่งจบนี้ละสมัครทำงานในลักษณะที่ไม่ใช่งานประจำในหลายๆที่ก่อนเลือกที่จะสมัครที่ที่คุณสนใจ การมองหาองค์กรที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง อย่าเน้นเพียงแค่เงินเดือน  แต่มองหาว่าคุณจะเข้าไปเป็นส่วนที่ทำให้องค์กรนั้นขับเคลื่อนได้อย่างไรจะดีกว่า อย่าให้ไฟแห่งการทำงานของคุณมอบลงเพราะเงินเพียงตัวเดียว    อย่าฝันว่าฉันจะเข้าบริษัทยักษ์ใหญ่ เงินเดือนสูง อย่างเดียว ลองทำงนกับองค์กรเล็กๆที่คุณจะได้เรียนรู้หลายๆสิ่งก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย   แต่จำไว้การเข้าไปทดลองแล้วลาออกบ่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องดี

หาประสบการณ์ที่ยังไม่เคยเจอ เช่น การไปเมืองนอกคนเดียวในดินแดนที่ต่างวัฒนธรรม ไปเรียนรู้คนในโลกอีกมุมที่มีความคิดอ่านต่างจากคุณ ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ในดินแดนที่คุณต้องเอาตัวรอดเป็นการฝึกการอยู่กับคน ในสังคมที่ดี ว่าแต่เงินที่จะเอาไปเมืองนอกนั้นมาจากไหน ควรไม่เป็นภาระของพ่อแม่นะ ควรมาจากการเก็บของคุณเอง คิดง่ายๆนะ ถ้าเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปี เท่ากับ 365*4  = 1460 วัน เก็บเงินวันละ 20 บาท ได้เงิน  29,200 บาท เงินนี้สามารถไป ญี่ปุ่น ไต้หวัน  ฮ่องกง  หรือ ยุโรปแบบประหยัดได้เลยนะ

ทำงานอาสาให้รู้จักการแบ่งปันเป็นอีกหนึ่งอย่างที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้ลองเข้าไปมีประสบการณ์แม้ว่าในการสมัครงานนั้นถ้าคุณสามารถเข้าไปสู่องค์กรที่มีการทำ CSR คุณจะได้มีโอกาสช่วยสังคมแต่มันคงต่างกันเพราะนี้คือการทำงานอาสาตามที่คุณสนใจ การที่เรามีโอกาสทางการศึกษาจบมหาวิทยาลัย จบในระดับอุดมศึกษาเรานั้นได้รับโอกาสทางสังคมแล้วหยิบยื่นโอกาสให้สังคมบ้างน่าจะเป็นการยกระดับจิตใจของเรานะ

{ Comments are closed }

มาส่อง CV รูปแบบใหม่สุดไฉไล คนหางานห้ามพลาด

ก่อนจะเข้าเรื่องมาดูกันก่อน ว่า Curriculum Vitae (CV) และ Resume คอสิ่งเดียวกันไหมเพื่อกันความงง ว่าไปแล้วคือทั้งสองสิ่งมีความหมายเหมือนกัน  เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตหรือประวัติส่วนตัวโดยสังเขปของผู้สมัครงาน  แต่ต่างกันในบางรายละเอียดคือ

การเขียน CV นั้น จะต้องใส่ข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติการศึกษาและการทำงานต่างๆ มักมีความยาวตั้งแต่ 2 หน้ากระดาษขึ้นไป ส่วน Resume นั้นเปรียบเหมือนเค้าโครงย่อของ CV เอาเป็นว่าในที่นี่เราจะมาพูดเจาะไปที่ตัว CV กันนะ โยที่อยากจะชวนคุยถึงรูปแบบการทำ CV ให้น่าสนใจ เราจะเห็นว่าทุกวันนี้การเสนอข้อมูลด้วยภาพอย่าง Infographic  ได้รับความนิยมมากเพราะสื่อความได้ดี ดังนั้นเราจึงควรนำไปประยุกต์ใช้

              โดยขอนำเสนอเว็บไซต์ canva.com ที่จะช่วยให้การเขียน CV หรือ Resume นั้นน่าสนใจขึ้นมาก โดยสามารถคลิกเลือกธีม ที่เราต้องการ สร้างความโดดเด่นน่าสนใจได้ดีมาก สามารถตกแต่งได้ทั้งพื้นหลัง รูปแบบตัวอักษร

 

ในการสร้าง CV ต้องดูความเหมาะสมของตำแหน่งงานและบริษัทที่เราสมัคร ถ้าเราสมัครงานด้านกราฟฟิค ด้านไอที สามารถใช้รูปแบบที่มีสีสันได้เลย  แต่ถ้าสมัครตำแหน่งที่อาวุโสควรจะเลือกให้รูปแบบมีความสุภาพสื่อถึงความเป็นมืออาชีพ  ในการกรอกข้อมูลควรจะมีข้อมูลที่โดดเด่น มากกว่าจะพรรณนาความ

www.canva.com สามารถเลือกประเภทของรูปแบบและขนาดตัวอักษร การจัดวางพื้นฐานต่างๆ ได้ดีเลยมีลูกเล่นหลากหลาย ใช้งานง่ายทำได้รวดเร็ว  เมื่อระบุข้อมูลของลงไปจนครบ และเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกดดาวน์โหลดออกมาโดยจะเลือกเป็นไฟล์ JPG, PNG และ PDF ก็ได้

นอกจากเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยดีๆแล้วยังมีทริคง่ายๆมาบอกต่อเพื่อทำให้ CV รูปแบบใหม่มีความน่าสนใจ  มีอะไรมาไล่ดูกัน

  1. เริ่มจากเลิกแนบภาพถ่ายไร้ชีวิตชีวา ควรแนบรูปถ่ายชุดสุภาพที่มีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม หรือรูปที่ทำให้เห็นคุณในการทำกิจกรรมต่างๆเพิ่มไปด้วย
  2. การเริ่มจากการเล่าประวัติส่วนตัวให้น่าติดตาม โดย ควรโฟกัสว่า เคยทำงานกับใคร ได้รางวัลอะไรมาบ้าง
  3. ทำกราฟหรือใช้รูปในการสื่อความสามารถของคุณจะทำให้น่าสนใจกว่าการเขียนบรรยายปกติ
  4. อย่าให้ CV ยาวเกิน 2 หน้ากระดาษดังนั้นใส่รายละเอียดแค่ส่วนที่โดดเด่นของเราก็พอ ที่เหลือถ้าเขาอยากรู้ จึงค่อยนำเสนอตอนไปสัมภาษณ์
  5. อย่าเอาญาติพี่น้องที่นามสกุลเดียวกันมาเป็นบุคคลที่สามารถอ้างอิงได้เพราะมันขาดความน่าเชื่อถือควรเป็นผู้บังคับบัญชาเก่า หรือ อาจารย์ที่สอนคุณมา
  6. อย่าเขียนชื่อบริษัทที่คุณต้องการสมัครงานผิดโดยเด็ดขาด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายองค์กรให้ความสำคัญไม่เพียงแต่สะกดถูกแต่ต้องดูรูปแบบว่าเขาใช้ตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่ในการเขียนกรณีเป็นภาษาอังกฤษและอย่าลืมต้องใช้ชื่อองค์กรที่เป็นทางการเท่านั้น

{ Comments are closed }

เทคนิคการส่งใบสมัครงานอย่างไรให้ถูกเรียกไปสัมภาษณ์

คนสมัครงานทุกคนรู้จักResume   แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ใส่ใจกับการทำ Resume และคนที่ขาดความใส่ใจนั่นเองที่มักไม่ได้ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน เท่ากับว่าเป็นการปิดโอกาสให้การสมัครงานของคุณหมดหวังไปเลย  การเขียนประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน รวมทั้งความถนัด ความสามารถพิเศษ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ถือเป็นการเขียน Resume ที่ดี  และจะดีมากขึ้นหากคุณสามารถที่จะส่งใบสมัครงานและ Resume ที่ดึงดูดความสนใจของฝ่ายบุคคลได้เพราะนั่นคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสมัครงานของคุณ

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ใบสมัครของคุณมีความสมบูรณ์และน่าสนใจคือ การดำเนินการตามหลักการ ชัดเจน กระชับ โฟกัส และมีลูกเล่น ทำได้อย่างไรมาดูเลย

ประการแรกส่วนของข้อมูลส่วนตัว ถือเป็นส่วนที่สำคัญ  ต้องประกอบด้วย  รูปภาพใบหน้าตรงชัดเจน และแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ระบุเบอร์โทรศัพท์ อีเมล นำเสนอประวัติการศึกษา  ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลติดต่อกลับทั้งเบอร์โทรศัพท์ และอีเมล  การตั้งชื่ออีเมลก็มีความสำคัญ ควรตั้งใหเป็รทางการ เช่น ชื่อ_นามสกุล@aaa.com อย่างใช้ข้อความเช่น ABnaruk@aaa.com  nanlovetum@aaa.com

บอกเล่าประสบการณ์การทำงานอย่างเป็นระบบ เรียบเรียงข้อมูลจากปัจจุบันไปหาอดีตระบุได้ว่าเคยทำงานที่ไหนมาบ้าง บอกถึงขอบเขตหน้าที่ที่รับผิดชอบ และการอบรมที่เคยเข้าร่วม กรณีนักศึกษาจบใหม่ ควรระบุกิจกรรมที่เคยทำสมัยเรียน เช่น อาสาสมัคร การออกค่าย การฝึกงาน ตลอดจนการทำงานล่วงเวลา (Part-Time)

บอกเล่าอย่างเจาะประเด็นให้ชัดเจน โดยระบุทักษะและความสามารถใน Resume บอกจุดเด่นออกมาให้มากที่สุด โดยเฉพาะทักษะที่จำเป็นในตำแหน่งที่สมัครงาน  จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานมากขึ้น เช่นความสามารถทางภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ การใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นต้น

ระบุจุดมุ่งหมายในอาชีพที่ชัดเจน  และแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องกับตำแหน่งที่สมัครงาน  เชน ในระยะยาวในช่วงเวลา 3-5 ปีคุณจะสร้างผลงานและขับเคลื่อนองค์กรได้ต่อไปอย่างไร ในระยะสั้นคุณจะแสดงผลงานอะไรให้กับองค์กร

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือ การตั้งชื่อและการสร้างไฟล์  ซึ่งแสดงถึงความมีระบบระเบียบของคุณ ชื่อไฟล์ที่ดีคือ  Resume_ชื่อของคุณ หรือ ใบสมัคร_ตำแหน่งที่สมัคร_ชื่อของคุณ ส่วนเอกสารประกอบต่างๆ ใช้ชื่อว่า เอกสารประกอบ 1_ชื่อเอกสาร_ชื่อของคุณ ไล่ไป เอกสารประกอบ 2,3,4 ….

ในการส่งใบสมัครและ Resume ควรที่จะมีจดหมายนำส่งทั้งการส่งไปรษณีย์หรือจัดส่งเข้าไปเป็นไฟล์เพื่อแจ้งให้ผู้รับเอกสารทราบว่าคุณมีความประสงค์อะไร มันแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของคุณด้วย

อย่าลืมที่จะตรวจสอบความเรียบร้อยทั้งหมด เช่นการรับรองสำเนาเอกสาร การสะกดคำ ความครบถ้วนของเอกสาร  หากส่งเป็นไฟล์ควรจัดทำเป็นไฟล์ PDF  เพื่อป้องกันความคาดเคลื่อน

{ Comments are closed }