เมื่อคุณกลายเป็น Job Hopper แบบไม่ได้ตั้งใจ ทำยังไงล่ะทีนี้

คนที่เปลี่ยนงานบ่อย ไม่สามารถอยู่ที่ไหนได้นานๆ และบางเคสก็เปลี่ยนเพื่อเงินเดือนที่มากขึ้น ถูกเรียกว่า “Job Hopper”  แต่บางทีคุณไม่ใช่คนแบบนั้น แต่มีความตั้งใจที่จะหางานที่ใช่สำหรับตัวเองจริงๆ เพียงแต่ยังหาไม่เจอ คนที่ถูกมองว่าเป็น “Job Hopper”   มักไม่ได้คะแนนที่ดีจากการสมัครงาน แบบนี้แล้วควรทำยังไงดี ลองเอาคำแนะนำเหล่านี้ไปใช้ดู บางทีอาจทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดีขึ้นและทำให้คุณหางานที่โดนใจได้ด้วย

  1. หาตัวเองให้เจอ  คนรุ่นใหม่ที่ยังหาตัวเองมักคิดว่าเข้าไปในองค์กรก่อนถ้าไม่ใช่ก็ออกมา แบบนี้ทำให้องค์กรต้องเสียเวลาและทรัพยากร  การที่คุณเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ มันอาจเป็นสิทธิที่ทำได้แต่มันไม่ควรทำเท่านั้นเอง ควรหาตัวเองให้เจอก่อนสมัครงาน และเมื่อเข้าสู่การทำงานแล้วพึงระลึกไว้ว่า อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล การปรับตัวให้เข้ากับชีวิตการทำงานเป็นสิ่งที่ควรทำ  และการเปลี่ยนงานบ่อยๆ เพื่อค้นหาตัวเอง มันไมต่างอะไรกับการพยายามหาสิ่งที่ตรงกับคุณโดยมองข้ามการปรับตัว แต่อีกสิ่งที่คุณควรจะทำก็คือการลองทำงานที่ไหนสักแห่งนานๆ เพื่อเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้มากขึ้น และคุณจะมีเวลาและโอกาสที่จะทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าคุณอยู่กับอะไรได้นานๆ อย่างมีความสุข การทำงานในสามเดือนแรกอาจยังไม่เข้าที่เดือนที่สี่อาจมีอะไรดีๆรออยู่ อดทนเสียบ้างนี่ชีวิตการทำงานนะ
  2. อย่าหางานแบบผิดที่ผิดทาง การเปลี่ยนงานบ่อยๆ แต่ก็ยังอยู่ในสายงานเดิม มันก็คงเหมื่อนกับเดินทางเดิมๆ บางทีชื่อเสียงของคุณในสายงานนี้อาจจะรู้กันทั่วว่าคนนี้ล่ะยอดของ  Job Hopper  แห่งวงการ อาจจะต้องลองหันกลับมาดูวิธีหางานของตัวเองบ้าง  ว่ายังคงวนเวียนกับงานรูปแบบเดิมๆหรือไม่ งานที่เข้าไปทำแล้วคุณก็บอกว่าแสนเบื่อ  ลองใช้เวลาและความพยายามให้คุ้มค่าเพื่อหางานที่ใช่ จะดีกว่า หรือบางทีคุณควรที่จะเจรจาขอเข้าทำงานแบบไม่ประจำร่วมงานกับที่ไหนเป็นโปรเจคถ้าที่นั่นโอเคกับคุณ   ส่วนการจ้างงานยาวๆก็พูดคุยกันอีกที แบบนี้น่าจะ win-win ทั้งคุณและนายจ้าง
  3. อย่ามองหาแต่ความท้าทายพอทุกอย่างเข้าทีก็อยากเอ่ยปากบอกลา บางคนชอบการพิสูจน์ตัวเองเมื่อเริ่มงานก็มีตื่นเต้นและสนุก พอถึงจุดๆ หนึ่ง ก็มองไม่เห็นว่างานที่ทำน่าสนใจยังไง มุ่งแต่จะไปหางานใหม่ๆ แบบนี้ก็ดูไม่เหมาะกับการทำงานประจำคุณควรไปเป็นนักพัฒนาหรือผู้บุกเบิก รวมไปถึงการเป็นที่ปรึกษาจะดีกว่า แต่แท้จริงแล้วไม่งานไหนๆก็มีความท้าทายเสมอ เพราะการสร้างให้งานที่ทำสัมฤทธิ์ผลขึ้นมาได้นั้นก็แค่ความสำเร็จแรก แต่การรักษาความสำเร็จไว้นั่นสิที่ท้าทายกว่า

 

 

สุดท้ายแล้วก็ยากจะย้ำอีกครั้งว่าการเปลี่ยนงานไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่การเปลี่ยนงานบ่อยๆไม่เป็นผลดีแน่นอนถ้าเบื่องานบ่อยๆควรหางานที่ไม่ประจำทำจะดีกว่า

{ Comments are closed }

Soft Skill ที่ควรมีไว้ เพื่อการอัพเกรดตัวคุณสู่การเป็นคนหางานที่โดดเด่น

นอกจากการมีความรู้ที่เกี่ยวกับการทำงานโดยตรงยังมีทักษะที่คนหางานควรมีติดตัวเพื่อเพิ่มโอกาสการได้งานให้ตัวเอง สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า Soft Skill การมีทักษะเหล่านี้จะสร้างความน่าสนใจให้ตัวคุณเอง การหางานจะง่ายขึ้นและโอกาสที่จะสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์งานก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน  Soft Skill ที่ผู้หางานควรมีติดตัว มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

  1. การสื่อสารที่ดี คนมีความสามารถ ที่แสดงไอเดีย และอธิบายให้คนอื่นๆเข้าใจได้ ย่อมดีกว่าคนเก่งที่บอกเล่าสิ่งต่างๆออกมาแล้วไม่เข้าใจ การสื่อสารสามารถพัฒนากันได้ เริ่มจากการฝึกพูดหน้ากระจก หรือ ให้เพื่อนคุณฟังแล้ววิเคราะห์ว่าคุณควรปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง
  2. สามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้ดี แน่นอนว่าภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆในการทำงาน แต่การรู้ภาษาที่สาม ก็ยิ่งจะทำให้คุณน่าสนใจ เช่นภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น โอกาสหางานได้จะง่ายขึ้นและโอกาสก้าวหน้าได้รับการหยิบยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจก็จะมากขึ้นไปอีก
  3. รับมือกับการทำงานภายใต้ความกดดัน ถ้าทำงานภายใต้ความกดดันไม่ได้ ก็มีโอกาสในการทำงานได้ราบรื่นยากเอาการเพราะการทำงานจริงๆแรงกดดันค่อนข้างมาก ต้องมีความคาดหวังจากคนรอบทักษะด้านความอดทน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจึงต้องมีในคนหางานที่ดี และแสดงออกให้เห็นว่าคุณรับมือกับความกดดันได้ บางทีในการสัมภาษณ์ก็จะมีการสร้างสถานการณ์กดดันเพื่อทดสอบคุณ
  4. ด้านความรับผิดชอบเป็นเลิศ เป็นทักษะที่ทุกคนควรจะมี เพื่อดำเนินงานใดๆก็ตามให้เสร็จสิ้น หากไม่มีความรับผิดชอบ คุณก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ยังเป็นชีวิตส่วนตัวของคุณอีกด้วย
  5. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม การเป็นคนเก่งนั้นดี แต่การเป็นคนเก่งที่มีทีมเวิร์ค ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ นั้นดีกว่า การทำงานเป็นทีมยังพ่วงในเรื่องของการเคารพซึ่งกันและกัน การแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์มาอีกด้วย
  6. เรียนรู้ได้เร็วและปรับตัวได้ดี อาจเริ่มต้นด้วยการหมั่นนั่งสมาธิบ่อยๆ เพราะการมีสมาธิจะทำให้คุณสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดี และส่งผลให้คุณเรียนรู้เร็วอีกด้วย นอกจากนั้นยังต้องฝึกฝนกับการก้าวข้ามไปสนใจเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน และแน่นอนว่าการทำงานต้องการคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับองค์กร ถ้าคุณมีทักษะในการปรับตัวได้เร็วย่อมมีผลดีกับการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ
  7. การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณเป็นคนกว้างขวาง และโอกาสต่างๆที่คุณจะได้พบเจอก็ล้วนมาจากการทำความรู้จักผู้คน การเป็นคนที่มีบุคลิกเปิดโดยการเข้าหาผู้คนทำความรู้จักผู้คนทำตัวให้เข้าถึงง่ายจะเปิดโอกาสดีๆให้กับคุณเช่นกัน

{ Comments are closed }

แนะนำตัวช่วยเพื่อการหางานสำหรับเด็กจบใหม่ยุคดิจิทัล

ช่วงเวลาที่หนุ่มสาวหลายคนมีความสุขและปริเปรมใจคือการจบการศึกษา และได้ก้าวสู่การเป็นบัณฑิตใหม่ป้ายแดง แต่หลังจากการรับปริญญา โลกแห่งความจริง และ การทำงาน กำลังรอหนุ่มสาวหลายคนอยู่ ทั้งความท้าทายและความกดดัน รวมถึงประสบการณ์ชีวิตที่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาไม่อาจมอบให้คุณได้กำลังมารออยู่ตรงหน้า   เมื่อพูดถึงการทำงาน ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการหางาน และสมัครงาน นี่คือเรื่องใหญ่สำหรับหลายๆคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่ก็เป็นโลกดีของหนุ่มสาวยุคดิจิทัล ที่มีบริการจัดหางานหลากหลายรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการคุณได้เป็นอย่างดี ถ้าใครยังไม่เคยใช้บริการก็น่าจะลองดูเพื่อเพิ่มโอกาสการหางานให้ตัวเอง เรานะ 6 ตัวช่วยดีๆมาบอกกันมาดูได้เลย

  1. Linked In นอกจากจะไว้สำหรับแสดงประวัติการทำงานเพื่อหางานแล้ว Linked in ยังเป็นเหมือนเครือข่ายที่จะช่วยให้นักธุรกิจได้ต่อยอดและรู้จักผู้คนในแวดวงเดียวกัน อย่าได้พลาดการเข้าไปร่วมในสังคมของคนอาชีพต่างๆ ยิ่งถ้าคุณสมัครงานในตำแหน่งบริหารการไม่มี Profile ใน  Linked In ก็ดูจะทำให้ไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่
  2. JobsDB เป็นเว็บที่มีงานมากกว่า 20000 ตำแหน่ง รวบรวมรูปแบบงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นงานสำหรับคุณจบวุฒิการศึกษาที่หลากหลาย งานในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ
  3. Jobbkk   นำเสนอตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ รวมถึงมีบอกเส้นทางการเดินทางไปทำงานที่แต่ละบริษัทด้วย อำนวยความสะดวกให้กับผู้หางานเป็นอย่างมาก
  4. Jobtopgun  โดยเด่นด้วยบริการ Super resume ที่จะช่วยทำให้การทำ Resume ของคนหางานมีประสิทธิภาพมีความครบถ้วนและน่าสนใจสำหรับนายจ้างที่กำลังมองหาคนมาร่วมงาน อีกทั้งยังมีการให้คำแนะนำในการหางานอีกด้วย
  5. Thaijobsgov  ใครอยากสมัครงานราชการต้องไม่พลาดการเข้าชมเว็ปไซด์นี้ เพราะได้รวมงานราชการจากทุกหน่วยงานอย่างอัพเดทไว้ให้เราได้ติดตามข่าวสารที่ไหนเปิดสอบอะไร ต้องเตรียมตัวยังไง มีคุณสบัติอย่างไรบอกไว้ทั้งหมด
  6. Jobthai มีตำแหน่งงานกว่า 100,000 อัตรา ครอบคลุมในทุกๆ สาขาอาชีพ นอกจากช่วยให้คนหางานง่ายขึ้นยังช่วยให้ฝ่าย HR หาคนทำงานได้ตรงตามความต้องการอีกด้วย

นอกจากเว๊ปไซด์ยังมีในส่วนของ Application มากมายหลากหลายที่ให้บริการเป็นตลาดงานนำคนที่หางาน และ องค์กรที่หาคน มาเจอกันไม่จำกัดเฉพาะงานประจำแต่ยังรวมถึงงาน Part time และงาน ที่จ้างแบบ Freelance ต้องบอกว่ายุคนี้มีเครื่องมือดีๆมาสนับสนุนคนหางานมากมาย คราวนี้ก็อยู่ที่ความตั้งในของคนหางานเองแล้วว่าจะศึกษาและใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร

 

 

{ Comments are closed }

เคล็ดไม่ลับเมื่อต้อง หางานใหม่

คนที่อายุรุ่น 40 ปีขึ้นไปอาจไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนงานตาคนในยุคปัจจุบันนั้น การเปลี่ยนงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยขึ้น เพราะคนมักแสวงหางานที่ท้าทายมากขึ้น หรือ มีเหตุให้ลาออกจากที่เดิม เนื่องจากพฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ก็เปลี่ยนแปลงไปมักไม่ค่อยทำงานในองค์กรเดียวไปตลอดชีวิตการทำงาน หรือ แม้แต่คนที่อายุมากแต่คิดที่อยากจะเปลี่ยนงานก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การเปลี่ยนงาน และการหางานใหม่จึงเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน

เมื่อคุณยู่ในภาวะ “หางานใหม่”  ย่อมมีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก และมีสถานการณ์ให้คุณต้องรับมือและตัดสินใจ เรามีความห่วงใยและขอแนะนำเคล็ดไม่ลับเมื่อต้องการหางานใหม่  เพื่อให้คนหางานทุกคนนำไปปรับใช้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์กับคนหางานทุกๆคน

  1. งานนี้อาจต้องหาตัวช่วย

ในที่นี้อาจไม่ใช่การไปหาให้ใครช่วย  แต่เริ่มจากหาตัวช่วยด้วยตัวเอง นั้นคือ การขอข้อมูลตำแหน่งว่างสื่อประเภทต่างๆ  และอาจสอบถามจากเพื่อนที่เป็นคนวงในบริษัทที่คุณหมายปอง จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์เข้าถึงงานได้ดีกว่า

  1. มีทัศนคติที่ดีต่อการหางานใหม่ “อย่ายึดติด”

นี่คือการเริ่มต้นใหม่ หากคุณสามารถเข้าสู่ตำแหน่งงานใหม่ที่ดีขึ้นได้ย่อมเป็นสิ่งดี แต่ถ้าตรงกันข้ามล่ะ เช่นคุณเคยอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ในตำแหน่งที่มีลูกน้อง เมื่อคุณมองหางาน และไปสมัครงานองค์กรที่เล็กลงมีพนักงานไม่มากและไม่จำเป็นต้องมีลูกน้องมากนักถ้าคุณมัวแต่ตั้งแง่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงก็คงทำให้การหางานของคุณมีตัวเลือกลดลง  ส่วนคนที่มุ่งจะทำงานแค่สายงานเดิม ก็คงเป็นอีกอย่างที่ทำให้คุณเสียโอกาสดีๆ เพราะเดี๋ยวนี้การทำงานข้ามสายงานสามารถทำได้จงเปิดใจอย่ายึดติด

  1. นี่อาจเป็นโอกาสของการ “เบนเข็ม”

หากคุณมีศักยภาพในการเรียนรู้สิ่งใหม่และมุ่งมั่นจะทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นได้ การมำงานในสายงานที่ไม่เคยทำมาก่อนก็อาจจะเป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้คุณได้งานที่ดีและทำงานอย่างท้าทายและมีความสุข หากคิดจะเปลี่ยนสายงานสิ่งที่ควรทำคือการหาความรู้ เช่น ควรเข้าอบรมเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพใหม่ ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับสายงานใหม่ให้ดี วิเคราะห์ความเป็นไปได้และผลตอบแทนที่จะได้รับว่าคุ้มค่าหรือไม่

  1. อย่าดูถูกงานเล็กๆน้อยๆที่เข้ามาในขณะที่กำลังหางานใหม่

 

ในระหว่างหางานคุณอาจทำงานชั่วคราว งาน part time ไปก่อนเพื่อให้ได้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต งานที่มองว่าเล็กน้อยนี้อาจส่งผลต่อการทำงานในอนาคต เช่น ทำให้คุณเห็นช่องทางทำการค้า และอย่างน้อยคุณก็ได้มีประสบการณ์ทำงานที่สามารถนำไปใส่ใน resume ได้

 

{ Comments are closed }

สัมภาษณ์งานราชการ ต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ได้งานที่ต้องการ

งานราชการ เป็นงานที่หลายคนใฝ่ฝัน อาชีพรับราชการให้ความมั่นคง และการันตีในเรื่องสวัสดิการที่ดี นอกจากนั้นยังสร้างความรู้สึกเป็นเกียรติให้กับคุณได้อีกด้วยที่จะได้ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ขั้นตอนในการสมัครงานราชการนั้นใช้กระบวนการยาวนานพอสมควรหลายคนผ่านมาหลายด่านแต่มาตกม้าตายที่การสัมภาษณ์งาน ถ้าคุณไม่อยากเป็นอย่างนั้น เราอยากให้คุณพิจารณาข้อแนะนำต่อไปนี้

โดยทั่วไปการสอบสัมภาษณ์งานราชการ ควรมีข้อมูลด้านวิชาการ อาทิ ลักษณะงานที่ปฏิบัติในตำแหน่งที่สอบได้ ส่วนใหญ่ในคู่มือรับสมัครสอบจะเขียนบรรยายไว้อย่างละเอียดควรศึกษาข้อมูล  นโยบายของชาติ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยหาข้อมูลย้อนหลัง 1 เดือนและให้ความสำคัญกับข่าวและสถานการณ์ปัจจุบันในรอบ 1 สัปดาห์ให้มาก และ มุ่งเน้นการแสดงทัศนคติที่ดีต่อการรับราชการ นอกเหนือจากนี้ยังมีข้อแนะนำดังนี้

1.เมื่อกรรมการสัมภาษณ์ บอกให้คุฯช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณ

ควรตอบให้กระชับได้ใจความ พร้อมยกตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับตัวคุณให้มากขึ้น อาจแนะนำตัว 2-3 นาที และควรเลี่ยงการเล่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ ตั้งแต่จบประถม มัธยม เข้ามหาวิทยาลัยจนถึงเข้าทำงาน แต่ไม่มีจุดเด่นอะไรเพียงพอที่จะทำให้ตัวคุณน่าสนใจ

2.ถูกถามว่า ทำไมคุณถึงอยากรับราชการ ควรตอบอย่างไร

โอกาสมาถึงแล้ว อย่ากลัวที่จะพูด เพราะนี่คือคำถามที่คุณจะได้แสดงทัศนคติ ควรตอบที่เป็นบวกและส่งเสริมให้คุณน่าสนใจ อย่าปั้นแต่งคำพูดที่เกินจริงและไม่จริงใจ การบอกว่าอาชีพรับราชการจะทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น พ่อแม่จะสบายไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดอะไรสามารถบอกได้ แต่คงไม่ต้องถึงกับสาธยายความทุกยากลำบากของครอบครัวและคิดว่าอาชีพนี้จะทำให้คุณสบายขึ้น

3.เมื่อถูกถามว่า รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งนี้ ต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้าง ?

ควรตอบให้กระชับได้ใจความ และต้องมาจากการแสวงหาข้อมูล ซึ่งมักมีอธิบายอยู่แล้ว ทั้งนี้หากคุณสามารถอธิบายได้ว่างานนี้จะมีส่วนในการพัฒนาหน่วยงานและระเทศชาติอย่างไรก็ไม่ยากเลยว่าจะได้รับคะแนนความน่าสนใจเพิ่มเข้าไปอีก และจำไว้ว่าหากไม่แน่ใจเกี่ยวกับข้อมูลมากนัก ไม่ควรทำเป็นรู้ถ้าไม่รู้ เพราะถ้าตอบผิด นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้ทำการบ้านมา

  1. เตรียมพร้อมให้ดี อย่าผิดพลาดในเรื่องพื้นฐานในวันสัมภาษณ์

การสอบสัมภาษณ์งานราชการ คุณต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ตามประกาศแนบท้ายที่มักบอกว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง  เพราะหากคุณลืมอะไรมาสักอย่างแสดงความไม่รอบครอบก็ไม่น่าจะเป็นคุณสมบัติของข้าราชการที่ดี

  1. แต่งกายให้เรียบร้อยถูกกาลเทศะ

ในวันสอบสัมภาษณ์งานราชการ ต้องแต่งกายให้เรียบร้อย ทรงผม เล็บมือต้องสะอาด ผู้ชายควรสวมเสื้อเชิ้ตสีสุภาพ ผูกเนคไท ส่วนผู้หญิงควรนุ่งกระโปรงคลุมเข่าหรือเหนือเข่าขึ้นมาไม่เกิน 1 นิ้ว  สวมเสื้อเชิ้ต เสื้อแฟชั่นทรงสุภาพและใส่สูทด้วยก็ได้  ไม่ควรใส่เสื้อรัดรูป และงดการย้อมสีผมโทนสว่าง

หากคุณมีความมุ่งมั่นและผ่านด่านต่างๆมามากมายแล้ว เหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็จะได้เป็นข้าราชการสมใจ ขอให้เตรียมการให้พร้อมเชื่อว่าความตั้งใจจะนำความสำเร็จมาให้คุณแน่นอน

 

{ Comments are closed }