อาชีพที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล อีกทางเลือกการหางานของคนรุ่นใหม่

ตลาดงานในปัจจุบันมีอาชีพที่แต่เดิมไม่เคยมีเพราะอะไรนะหรือก็เพราว่าโลกของการทำงานในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว คนหางานก็ควรที่จะหาข้อมูลประกอบการสมัครงาน คุณเชื่อไหมว่าถ้าคุณมีข้อมูลที่ดีการสมัครงานของคุณอาจเปลี่ยนรูปแบบไปเลย เพราะไม่ต้องไปมุ่งแข่งในตลาดงานเดิมๆอีกต่อไปแล้ว มามุ่งพัฒนาตัวเองเพื่อให้แข่งขันในการตลาดงานอย่างอาชีพใหม่ๆที่เกิดขึ้นจะดีกว่า แล้วการสมัครงานของคุณจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เรามาดู  อาชีพที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล เพื่อเป็นอีกทางเลือกการหางานของคนรุ่นใหม่กันดีกว่า

อาชีพที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล

Mobile Application Developer การปรับเปลี่ยนธุรกิจมาสู่โลกดิจิทัลที่รองรับพฤติกรรมผู้คนอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้นักพัฒนาเเอฟพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเป็นที่ต้องการมากขึ้น คุณไม่ต้องจบมาโดยตรงแต่วามารถเรียนรู้ได้ อาชีพนี้ค่าตอบแทนสูงและถูกแย่งชิงตัวมากที่สุดด้วย

Digital Designer คือคนที่ออกเเบบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้สามารถนำไปวางและใช้สื่อสารบนโลกดิจิทัล เช่น Website Banner, Digital Ads และสื่อออนไลน์ทุกประเภทเพื่อทำให้ลูกค้าหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์เกิดความประทับใจต่อสินค้า

Website Designer การสร้างเว็บไซต์ ที่สวยงาม ใช้งานง่าย เป็นเหมือนหน้าบ้านที่ทำให้คนซื้อกับคนขายมาเจอกันต้องอาศัย Website Designer ที่มีความสามารถ ที่จะเพิ่มประสบการณ์ที่เเปลกใหม่ในเว็บไซต์สำหรับลูกค้าที่และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

Digital Copywriter เหมาะกับคนที่ชอบการเขียน เพราะนี่คือ นักเขียนสื่อออนไลน์เป็นเรื่องที่จะละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด นักเขียนต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้คนบนโลกออนไลน์ และผลิตเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของคนที่เสพสื่อให้มากที่สุด จับเทรนด์ใหม่ๆ มานำเสนอในมุมมองที่น่าสนใจได้

 

Marketing Analyst ทำหน้าที่วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเเปลงอยู่เสมอ เพื่อทำให้ธุรกิจ สามารถเเย่งชิงความได้เปรียบและส่วนเเบ่งการตลาดจากคู่เเข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำงานร่วมกับ Digital Marketer หรือ นักการตลาดดิจิทัลซึ่งต้องเข้าใจในดารใช้ Social Media / Search Engine Marketing / Email Marketing / การเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมสามารถ การวางเเผนงบการตลาด วางเเผนการจัดทำ Content เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้า

BIG DATA Analyst คือผู้ที่สามารถนำข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ฐานข้อมูลลูกค้า มีไปวิเคราะห์ด้วย พร้อมและตอบได้ว่าองค์กรควรจัดการกลยุทธ์อย่างไร จะต้องนำความรู้ด้านคณิตศาสตร์ สถิติ มาใช้สำหรับการคำนวณ การพยากรณ์ และการประมาณการต่างๆ เป็นข้อมูลให้กับองค์กร

อีกอาชีพที่กำลังได้รับความนิยมอาจไม่ต้องสมัครงานเพราะคุณคือผู้สร้างมันขึ้นมาคือ  การนำไอเดียใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มาสร้างธุรกิจที่เรียกว่า START UP โดยที่คุณมีฐานะเป็น Founder

{ Comments are closed }

มารู้จัก Headhunter อาชีพนักล่าผู้ตามหากลุ่ม Talent

ในการสมัครงานนั้นบางคนต้องวิ่งเข้าไปหางานในขณะที่บางคนมีคนเอางานมาเสนอให้ถึงที่ คนที่วิ่งเอางานมาเสนอให้คุณถึงที่เราเรียกเขาว่า   Headhunter หรือ  Recruiter เป็นอาชีพที่จัดหาคนให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า ส่วนใหญ่ขนาดใหญ่ ทั้งของไทยและระดับโลกจะใช้บริการ Headhunter  เพื่อหา “คนที่ใช่”

Headhunter จะมองหา  Candidateที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสิ่งที่องค์กรต้องการ หาก เชิญชวน Candidate ให้เข้าทำงานได้สำเร็จก็จะได้รายได้และค่าดำเนินการหลังจากจบภารกิจ Headhunter ชื่อดังในไทย เช่น Adecco, PRTR, Manpower, Kelly

Headhunter มืออาชีพจะเริ่มทำการติต่อไปยังกลุ่ม talent worker ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรลูกค้า เพื่อเสนองานใหม่ เรียกได้ว่าตัดขั้นตอนการสมัครงานออกไปเลยเพราคุณคือคนที่ถูกเลือกไปครึ่งตัวแล้ว  คนที่มีโอกาสได้รับข้อเสนอดีๆจาก  Headhunter มีโอกาสที่จะได้งานที่ดีกว่ารายได้ดีกว่าความก้าวหน้าดีกว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาล่อนใบสมัครงาน แต่นั่นแปลว่าคุณต้องมีความสามารถเป็นที่ยอมรับ

ทำยังไงดีให้ Headhunter มาตามจีบ มาดูกันเลย

ในยุคนี้ต้องยกให้ การเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายสังคมมืออาชีพอย่าง LinkedIn และสร้างโปรไฟล์ให้ดูดีน่าเชื่อถือ ต้องยอมรับว่า  LinkedIn.com เป็นสุดยอดเครื่องมือในการที่ Headhunter จะใช้สอดส่องประวัติการทำงานของคุณทำงานยุคใหม่ ถ้าคุณเป็นมืออาชีพที่ยังไม่มีส่วนร่วมกับ LinkedIn รีบเลย

เมื่อได้รับการติดต่อมาแล้ว คุณต้องให้ข้อมูลกับ Headhunter ตามจริง อย่าโกหกมืออาชีพที่จะเก็บรักษาข้อมูลของคุณเป็นอย่างดี และแน่นอนว่า Headhunter จะมีข้อเสนอตามความต้องการของคุณที่ตรงกับองค์กรมาให้คุณเลือกมากมาย การแจ้งข้อมูลเท็จเช่นประสบการณ์ในการทำงานที่เกินจริง  จะช่วยให้การจัดการความต้องการของฝ่ายคนทำงานและนายจ้างตรงกัน อย่าลืมว่าคนกลุ่มนี้คือนักล่ามืออาชีพ อย่าพยายามที่จะโกหกเลยเพราะพวกเขาสามารถทดสอบคุณได้จากการสัมภาษณ์และสามารถรู้ได้ทันทีว่าคุณโกหก ถ้ามีอะไรไม่ตรงมาตรงไปความเสี่ยงในการถูกขึ้น Blacklist มีได้เสมอ เท่ากับปิดโอกาสของตัวเอง

แม้ว่าคุณจะรักในองค์กรเดิม แต่อย่าปิดโอกาสในการรับฟังข้อเสนอและก็ควรถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับตัวคุณ อย่าลืมว่าการทำงานนั้นคุณใช้ความสามารถในการทำงานเมื่อมีโอกาสให้พัฒนาความสามารถคุณควรที่จะเรียนรู้โอกาสที่เข้ามาหากพูดคุยแล้วข้อเสนอไม่ตรงกับที่ต้องการบอกกล่าวปฏิเสธไปก็ได้ เช่น ถ้าเขามาจีบให้คุณไปทำงานให้คู่แข่ง อย่างน้อยคุณก็ได้รู้ว่าองค์กรคู่แข่งกำลังขาดคนด้านนี้ หรือ กำลังมีทิศทางการทำงานไปในทางใดถือว่าเป็นข้อมูลประกอบการทำงานในปัจจุบันด้วย

{ Comments are closed }