แต่งกายเสริมดวง เคล็ดไม่ลับให้ได้งานตามปรารถนา

เราทราบกันดีว่าบุคลิกภาพ เป็นสิ่งแรกที่ทำให้คนที่พบเห็นเรานั้นมีความประทับใจ และสิ่งที่จะเสริมให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดีได้ก็คือการแต่งกาย ยิ่งการแต่งกายสำหรับไปสมัครงานหรือสัมภาษณ์งานด้วยแล้วนั้นต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก   นอกเหนือจากการแต่งกายที่สุขภาพมีความเรียบร้อยและสะท้อนว่าคุณคือคนที่มีรสนิยมดีแล้วการเลือกเครื่องแต่งกายให้ถูกโฉลกก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้คุณได้ คนรุ่นใหม่อาจมองว่าเป็นความเชื่อที่งมงาย แต่หากอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ สี และ รูปทรง นั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจ การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแบบต่างๆกันออกไปจะสร้างความรู้สึกต่อคู่สนทนาที่แตกต่างกัน การสื่อสารโดยอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์อาจไม่สามารถโน้มน้าวให้หลายคนชื่อได้การอธิบายผ่านเรื่องของ ดวงชะตา การเสริมความโขชคดี เป็นแนวทางที่จะสื่อถึงคนได้เป็นวงกว้าง  ท่านที่กำลังอยู่ในช่วงของการหางานและสมัครงานจะนำเคล็ดไม่ลับเรื่องการเลือกเครื่องแต่งกานสำหรับการสมัครงานไปใช้ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร หากตรงกับความชอบของคุณก็ยิ่งดีไปใหญ่  เรามาดูกันว่ามีคำแนะนำเกี่ยวกับ การแต่งกายเสริมดวง เคล็ดไม่ลับให้ได้งานที่ปรารถนา อย่างไร

ตามหลักโหราศาสตร์ท่านว่าไว้ว่า หากไปสมัครงานวันอาทิตย์      ให้ใส่เสื้อผ้า    สีส้ม หรือ สีทอง จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการงาน ความพยายามที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้บรรลุเป้าหมายและสำเร็จอย่างที่ใจปรารถนา

หากไปวันจันทร์    การสวมใส่เสื้อผ้าสีเขียว จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของอำนาจ มีความเข้มแข็งในหน้าที่การงาน มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมต่างๆให้เจริญงอกงามดังไม้ใหญ่เขียวชอุ่ม

ท่านที่จะไปสมัครงานในวันอังคาร  ควรใส่เสื้อผ้า    สีฟ้า จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการงาน ความพยายามที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ   และนำความสดใสมาให้สำหรับการเริ่มต้นกิจกรรมสำคัญ

หากท่านมีนัดเกี่ยวการสมัครงาน ไม่ว่าไปสมัคร สัมภาษณ์ ทดลองงาน ในวันพุธ  ควรใส่เสื้อผ้า    สีเหลือง หรือ สีขาวจะทำให้จิตใจสงบมีสติ ยิ่งหากต้อง เข้าพบผู้ใหญ่ จะได้รับการอุปถัมภ์ เป็นอย่างดี

การไปสมัครงานในวันพฤหัสบดี   ควรใส่เสื้อผ้า    สีแดง เหมือนดังแสงสว่างที่โชติช่วง  เชื่อว่าท่านจะได้รับการยกย่องถึงคุณความดี มีคนเอ็นดู เป็นสง่าราศี มีความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต

การประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับการงาน การสมัครงานในวันศุกร์    ท่านแนะว่าควรใส่เสื้อผ้า    สีชมพู จะได้รับการยกย่องถึงคุณความดี มีคนเอ็นดู จะทำกิจกรรมใดๆก็มีผู้เมตตา

ส่วนท่านที่จะไปสมัครงานวันเสาร์ การสวมใส่เสื้อผ้า    สีดำ หรือ สีน้ำเงิน จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของอำนาจ ทำให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่การงาน และเสริมให้มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมต่างๆ

{ Comments are closed }

ฤกษ์ดีเพื่อการสมัครงานให้ได้งานของครึ่งปีหลัง ปี 2561

คนไทยเชื่อกันว่าการเลือกเวลาที่ดีเพื่อการกระทำกิจกรรมต่างๆนั้นจะส่งผลอันเป็นมงคล การสมัครงานเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นของชีวิตใหม่เรื่องของการเลือกเวลาที่ดี หรือ ฤกษ์ดีเพื่อสมัครงาน จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครงานอาจนำไปปฏิบัติก็ไม่เสียหายอะไรหากสะดวกที่จะทำ วันนี้เรานำ ฤกษ์ดีเพื่อการสมัครงานให้ปังของครึ่งปีหลังของ ปี 2561 มาฝากกัน

ฤกษ์ดีเพื่อการสมัครงานประจำ เดือนมิถุนายน  2561 ประกอบด้วย  8 วันตามช่วงเวลา ดังนี้   วันศุกร์ที่ 1   เวลา 12.25 – 14.15, 15.45 – 16.25 น.   วันจันทร์ที่ 4 เวลา 10.29 – 11.45 น.  วันศุกร์ที่ 8 เวลา 09.09 – 10.59 น.  วันอังคารที่ 12  เวลา 13.45 – 14.25 น.  วันศุกร์ที่ 15 เวลา 11.09 – 11.18 น.  วันศุกร์ที่ 22 เวลา 08.39 – 09.49 น. วันเสาร์ที่ 23 เวลา 10.49 – 12.39 น. และ วันพุธที่ 27 เวลา 09.09 – 09.49, 11.39 – 12.29 น.

เดือนกรกฏาคม  2561 ประกอบด้วย  5 วันตามช่วงเวลา ดังนี้    วันศุกร์ที่ 6 เวลา 10.29 – 13.49 น.  วันจันทร์ที่ 9    เวลา 10.29 – 11.39, 16.29 – 18.59 น.  วันพุธที่ 11  เวลา 10.29 – 11.49, 21.49 – 23.29 น.  วันพุธที่ 18 เวลา 10.19 – 10.49, 13.39 – 14.29 น. และ วันศุกร์ที่ 27 เวลา 09.19 – 09.49, 14.29 – 14.59 น.

เดือนสิงหาคม  2561 ประกอบด้วย  7วันตามช่วงเวลา ดังนี้    วันพุธที่ 8 เวลา 12.15 – 13.45, 16.25 – 17.15 น.  วันศุกร์ที่ 10 เวลา 13.29 – 14.35, 16.15 – 17.25 น.  วันอังคารที่ 14 เวลา 08.30 – 10.39, 12.59 – 14.39 น.  วันจันทร์ที่ 20 เวลา 08.29 – 08.49, 09.39 – 10.49 น.  วันศุกร์ที่ 24 เวลา 11.25 – 12.15, 15.35 – 15.55 น.  และ วันเสาร์ที่ 25 เวลา 15.39 – 15.59 น.วันศุกร์ที่ 31 เวลา 14.29 – 17.39 น.

เดือนกันยายน ประกอบด้วย 8 วันตามช่วงเวลา ดังนี้    วันจันทร์ที่ 3 เวลา 09.09 – 11.29, 15.49 – 16.39 น.  วันอังคารที่ 4 เวลา 10.45 – 11.35 น.วันศุกร์ที่ 7 เวลา 08.15 – 08.45, 11.35 – 12.35 น. วันจันทร์ที่ 10 เวลา 09.19 – 10.29, 21.29 – 23.49 น. วันพุธที่ 12 เวลา 11.49 – 13.29 น. วันศุกร์ที่ 14 เวลา 11.25 – 12.15, 15.35 – 15.55 น. วันอังคารที่ 18 เวลา 14.39 – 14.59, 18.29 – 18.59 น.  และ วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2561    เวลา 09.49 – 12.39 น.

เดือนตุลาคม  ประกอบด้วย 7 วันตามช่วงเวลา ดังนี้    วันจันทร์ที่ 1 เวลา 09.29 – 09.49, 12.49 – 13.29 น. วันศุกร์ที่ 5 เวลา 0915 – 09.45, 12.35 – 14.45 น.  วันเสาร์ที่ 6 เวลา 10.29 – 10.59, 17.49 – 18.29 น.  วันพุธที่ 10 เวลา 11.29 – 11.59, 13.29 – 13.49 น. วันเสาร์ที่ 20 เวลา 10.19 – 10.49, 14.39 – 14.59 น.วันจันทร์ที่ 29 เวลา 10.29 – 11.49, 14.39 – 15.29 น.  และ วันอังคารที่ 30 เวลา 14.30 – 15.35 น.

เดือนพฤศจิกายน  ประกอบด้วย 6 วันตามช่วงเวลา ดังนี้    วันเสาร์ที่ 3  เวลา 13.15 – 14.25 น.  วันอังคารที่ 6 เวลา 10.40 – 11.35, 15.15 – 16.45 น. วันจันทร์ที่ 12 เวลา 09.19 – 09.49, 15.29 – 15.59 น.  วันพุธที่ 21 เวลา 11.29 – 11.59, 14.49 – 15.39 น.วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561    เวลา 09.39 – 10.19, 13.09 – 13.49 น. และ วันศุกร์ที่ 30 เวลา 15.39 – 16.19 น.

เดือนธันวาคม ประกอบด้วย 6 วันตามช่วงเวลา ดังนี้    วันจันทร์ที่ 3 เวลา 10.29 – 11.45, 18.49 – 21.29 น. วันศุกร์ที่ 7 เวลา 14.25 – 15.45, 17.15 – 17.55 น. วันพุธที่ 12 เวลา 07.29 – 07.39, 16.39 – 16.59 น. วันเสาร์ที่ 15 เวลา 10.29 – 10.49, 14.39 – 14.59 น. วันศุกร์ที่ 21 เวลา 14.29 – 14.59, 18.49 – 19.29 น. และ วันเสาร์ที่ 22 เวลา 10.49 – 11.35, 14.19 – 14.49 น.

 

{ Comments are closed }

สมัครงานให้ได้งาน พึ่งถือเคล็ดสักหน่อยจะเป็นไรไป

คนไทยกับความเชื่อเป็นของคู่กัน เราไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ หากแต่การอยู่กับความเชื่อและเท่าทันด้วยสติก็สามารถนำเคล็ดความเชื่อต่างๆมาประยุกต์ใช้ให้พอดีได้เช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่การสมัครงาน หากนำหลักความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผับผู้สมัครงานไม่น้อยเลย วันนี้ขอนำเอาความเชื่อในเรื่องฤกษ์ยามที่ถือว่าเป็นวันดีในการสมัครงานมาฝากกัน รวมถึงหลักการเตรียมตัวดีๆเพื่อให้การสมัครงานประสบความสำเร็จ อย่างเรื่องการแต่งกายให้ถูกโฉลกเพื่อให้คุณโชคดีมีชัยกับการสมัครงาน

มาเริ่มกันที่วันดีสำหรับการสมัครงานกันก่อนเลย  โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่มีวันเกิดในแต่ละวันควรไปสมัครงานในวันต่างๆกันออกไป หากคุณพร้อมที่จะรู้ถึงเคล็ดดีๆสำหรับการสร้างความพร้อมละความมั่นใจแล้วละก็มาดูกันว่าวันที่ควรไปสมัครงาน เพื่อให้ได้งาน สำหรับคนเกิดในแต่ละวันคือวันใด

ท่านเชื่อกันว่า ท่านที่เกิดวันอาทิตย์  ควรไปสมัครงานในวันพฤหัสบดี  จะได้งานดีที่ต้องการการงานที่ได้ทำจะเจริญก้าวหน้า   ท่านที่เกิดวันจันทร์ ควรไปสมัครงานในวันพุธ ราศีจะจับให้ได้งานดี นายดีที่อุปถัมภ์ค้ำชู   ท่านที่วันอังคาร ควรไปสมัครงานในวันศุกร์ งานนั้นจะนำทรัพย์ ชื่อเสียง แลบริวารมาให้ในอนาคต   ท่านที่เกิดวันพุธกลางวัน ควรไปสมัครงานในวันจันทร์ ดวงจะหนุนนำให้ได้งานดี งานไม่ลำบาก   ท่านที่เกิดพุธกลางคืน ให้ไปสมัครงานในวันจันทร์  การงานที่ได้นั้นจะเสริมความมั่งคั่ง และนำทางท่านสู่ความรุ่งเรือง ท่านที่วันพฤหัสบดี ให้ไปสมัครงานในวันพุธ จะได้งานที่เกื้อหนุนให้ชีวิตดี มีคนคอยสนับสนุนไม่เจอทางตัน   ท่านที่เกิดวันศุกร์ ให้ไปสมัครงานในวันอังคาร งานที่ได้จะมีคุณต่อตนและหน่วยงาน ส่งเสริมให้เกิดบารมีในภายหน้า   ท่านที่เกิดวันเสาร์ ให้ไปสมัครงานในวันศุกร์ ชีวิตการงานจะราบรื่น หากมีปัญหาจะมีสติปัญญาในการแก้ไข  ทั้งนี้ให้ยึดเวลาเกิดเป็นสำคัญ โดยช่วงเวลา 6 โมงเช้าถือเป็นวันใหม่ ตามแบบโบราณ หากเกิดในเวลา 05.59 ให้ปัดขึ้นไปเป็นวันที่ผ่านมา

ต่อกันที่การถือเคล็ดในการแต่งตัวเพื่อให้ได้งานตามประสงค์   หากท่านไปไปสมัครงานในวันจันทร์ ให้หาเครื่องประดับสีเขียวติดตัวไป จะเสริมให้เกิดความเมตตา   ท่านที่ไปสมัครงานในวันอังคาร ให้ใส่เครื่องประดับสีฟ้าหรือน้ำเงิน เพื่อให้มีอำนาจบารมี   หากไปสมัครงานในวันพุธ ให้ใส่เครื่องประดับสีขาว เพื่อให้ผู้ใหญ่เอ็นดู  ส่วนการไปสมัครงานในวันพฤหัสบดี ให้ใส่เครื่องประดับสีแดง เพื่อให้เห็นถึงความสามารถ  และการไปสมัครงานในวันศุกร์ ให้ใส่เครื่องประดับสีเขียว เพื่อให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดที่มีอยู่ในตัวคุณ

{ Comments are closed }

เทคนิคการตอบคำถาม พิชิตใจกรรมการ เมื่อถูกถามว่า “ทำไมคุณอยากทำงานที่นี่”

ผู้สมัครงานทุกคนมักเจอกับคำถามยอดฮิตเวลาไปสัมภาษณ์งาน  “ทำไมคุณถึงอยากมาทำงานที่นี่” นอกจากจะเป็นคำถามที่ยากแล้ว ยังเป็นคำถามที่วัดไปเลยว่าผู้สมัครงานรู้จักบริษัทมากแค่ไหน จึงควรศึกษาเทคนิคการตอบคำถาม เพื่อพิชิตใจกรรมการให้ดี ลองนำเทคนิคต่อไปนี้ไปใช้ดูและคุณจะเป็นผู้สมัครงานที่น่าใจขึ้นมาทันที

  1. แสดงให้เห็นว่าคุณเตรียมตัวศึกษาข้อมูลของบริษัทมาเป็นอย่างดี

การที่เรารู้ข้อมูลของบริษัทและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างลึกซึ้ง ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะมันจะช่วยให้คุณดูโดดเด่น  หากรวมกับการนำเสนอตัวเองให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของบริษัท  จงบอกออกไปว่า “คุณจะให้อะไรกับบริษัทบ้าง”  โดยบอกถึงความสำเร็จของบริษัทที่คุณรับรู้มา และต่อด้วยว่า คุณจะมีส่วนช่วยให้บริษัทไปถึงความสำเร็จได้อย่างไร   โดยยกตัวอย่าง ผลงานที่คุณเคยทำมาให้เห็นภาพรวมด้วยแบบนี้น่าจะได้คะแนนดีพอสมควร

  1. เชื่อมโยงให้เห็น Passion ในการทำงานของคุณกับคุณสมบัติของงาน

แรงผลักดันในการทำงานมีมากกว่าเงินเดือน นี่คือโอกาส ที่คุณจะได้อธิบายว่าทำไมถึงต้องเป็นงานที่นี่เท่านั้น อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่  เผยสิ่งนั้นออกมาให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็น พยายามแสดงศักยภาพออกมาให้มากที่สุด คุณต้องพยายามสื่อสารให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจให้ได้มากที่สุด ว่าทำไมงานนี้ถึงเหมาะกับแรงบันดาลใจในการทำงานของตัวคุณ และคุณได้มีการ ตรียมตัวมาให้พร้อมที่สุด สำหรับการเข้ารับคัดเลือกในตำแหน่งงานนี้

  1. โปรดตอบด้วยความจริงใจ

อย่าพูดอวยจนเกินพอดี การที่พูดโอ้อวดหรืออวยงานจนมากเกินไป อาจทำให้คุณหมดหวังเอาง่ายๆ พูดถึงให้อยู่ในความพอเหมาะพอดี มีเหตุผลรองรับและไม่ทำให้ผู้สัมภาษณ์รำคาญด้วยถ้อยคำที่เกินจริงมากเกินไป

  1. แรงบันดาลใจในการทำงานอย่างกระตือรือร้น

ควรจะหลีกเลี่ยงประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือน ช่วงเวลาพักหรือเปรียบเทียบงานนี้กับงานเก่า ประเด็นเหล่านี้ทำให้ผู้สัมภาษณ์งานมองคุณแง่ลบ แต่จง เชื่อมโยงงานที่คุณเคยทำกับงานที่คุณกำลังสัมภาษณ์อย่างมีเหตุผล และให้บริษัทเห็นภาพมากที่สุด จะดีกว่า

 

  1. แสดงให้เห็นว่าการทำงานที่นี่จะสร้างโอกาสให้คุณอย่างไร

ควรตอบไปในลักษณะของการที่คุณจะได้พัฒนาศักยภาพที่มากขึ้นได้รับผิดชอบงานที่มากขึ้น เป็นโอกาสเชิงการพัฒนาตัวเอง เราจะไม่พูดว่างานที่นี่เงินดีกว่าถ้าทำแล้วคุณจะซื้อบ้านซื้อรถได้ แม้จะเป็นความในใจแต่โดยมารยาทไม่มีใครเขาพูดกัน

{ Comments are closed }

องค์กรแบบไหนนะที่คนหางานไม่ควรย่างกายไปสมัครงาน

การหางานนั้นว่ายากแล้วแต่การสมัครงานในองค์กรที่ดีนั้นยากกว่า การกางานโดยการส่งใบสมัครไปทั่วไม่เป็นผลดีแน่เพราะคุณควรคัดกรององค์กรที่น่าสนใจสำหรับคุณจริงๆและไม่ควรสมัครงานในองค์กรที่มีลักษณะต่อไปนี้

  1.      องค์กรที่คนลาออกบ่อย ปกติแล้วบริษัทที่ดีไม่ควรมีการเปิดรับสมัครตำแหน่งผู้จัดการ หรือผู้บริหารระดับสูงในทุกๆ 6 เดือน เพรามันสะท้อนว่า ผู้บริหารไม่มีความเป็นผู้นำที่ดี มีวัฒนธรรมองค์กรไม่ดึงดูดคน
  2. องค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรไม่ชัดเจน อาจสะท้อนออมาในรูปแบบของการบ่นให้ฟังถึงบรรยากาศการทำงาน หรือมีคนรีวิวการทำงานตามบอร์ดสาธารณะ การทำงานในที่แบบนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานของคุณในระยะยาว
  3. องค์กรที่สบายจนไร้ระเบียบ ภาพบรรยากาศการทำงานสุดคูล ออฟฟิศสุด ทุกคนทำตัสบายๆคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการแต่ถ้าสบายจนไร้ระเบียบที่ควรมีร่วมกัน ไม่มีระบบอะไรที่ชัดเจนแบบนี้ก็ยากที่จะฝากชีวิตไว้ด้วย องค์กรระดับโลกที่สุดครีเอทอย่าง Tech Company ใหญ่ยักษ์ของโลกอาจมองดูทำงานกันด้วยบรรยากาศชิลๆแต่ภายใต้ความชิลนั้นมีระบบงานที่ดีรองรับ และมีระบบการจัดการพนักงานที่ดีมาก
  4. องค์กรที่ไม่เน้นทำงาน  ประชุมบ่อยจนน่าเบื่อประชุมแล้วประชุมอีกแต่ไม่มีการกระจายงาน ไม่ตัดสินใจอะไรสักอย่างประชุมระดมความคิดแต่ไม่ตกผลึกสักทีแบบนี้ก็คงไม่น่ามีผลประกอบการที่ดี
  5. องค์กรที่ไม่จริงใจเรื่องค่าจ้าง หากมีการประกาศรับสมัครงานและระบุเงินเดือนที่ต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ ไม่เป็นไปตามอัตราเงินเดือนของตลาดงานแบบนี้น่าจะเพราะองค์กรมีผลประกอบการที่ไม่ดี หรือไม่ก็มีความตั้งใจจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ยิ่งถ้าสวัสดิการดิ่งเหว ไม่ควรจะไปเสียเวลาด้วยเลย
  6. องค์กรที่ดูไร้วิสัยทัศน์ไม่มีแผนอะไรเลย ไม่ว่าระยะสั้น ระยะยาว ไม่มีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันที่มีผลต่อองค์กร พนักงานโดยรวมไม่รู้ทิศทางขององค์กร ไม่ว่าภาพลักษณ์ของบริษัทจะดูดีแค่ไหน ตามที่คุณเห็นในสื่อต่างๆ แต่ถ้าบริษัทไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ทำไปทำไม ไม่มีเป้าหมายที่จะทำให้องค์กรดีขึ้นแบบนี้ดูท่าทางแล้วจะก้าวหน้าไปได้ยาก
  7. องค์การที่ผู้บริหารมีภาพลักษณ์ไม่ดีไม่สนใจสังคมมุ่งแต่ทำกำไร ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเท่าที่ควรทำทั้งในการบริหารงาน การกำหนดเป้าหมายขององค์กรรวมทั้งการดำเนินชีวิตส่วนตัวที่ไม่อยู่ในศีลธรรมจริยธรรมที่ควรเป็น เพราะการมีนายจ้างแบบนี้ไม่ทำให้ชีวิตคุณเจริญได้แน่นอนแม้รายได้จะดีแต่คุณจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้จริยธรรมโดยไม่รู้ตัว

{ Comments are closed }