เตรียมการให้ดีก่อนกล่าวลาที่เก่า เพื่อสมัครงานใหม่

มนุษย์เรานั้นบางทีอาจเบื่องาน ไม่ชอบใจนายจ้าง ผิดดวงใจสหายร่วมงาน Resume รังเกียจลูกค้าหรือมีเหตุมีผลมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะทำให้ท่านต้องการลาออกเพื่อสมัครงานใหม่ เมื่อก่อนที่จะตกลงใจกล่าวลาที่เก่า ไปสมัครงานที่ใหม่ แล้วก็ ผันตนเองจากคนมีงานทำไปเป็นผู้สมัครทำงาน สิ่งที่คุณจำเป็นต้องตระเตรียมนั้นมีมากพอสมควร ต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนกล่าวลาที่เก่ามาดูเลยว่าจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง 1. คุณมีเงินเก็บ พอให้ใช้จ่ายไปอีกอย่างต่ำ 6 เดือนด้านหน้าหรือเปล่า เนื่องจากว่าไม่ใช่ว่าจะหางานได้ในทันทีทันใดบางทีอาจใช้เวลาพอเหมาะ ถ้าหากมีภาระหน้าที่ผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ก็ต้องคิดให้ดี การมีเงินสำรองเผื่อยามฉุกเฉินนั้นสำคัญมาก 2. จัดแจงแผนสำรองไว้หรือยัง การออกจากงานที่เคยได้รายได้ประจำนั้นมีการเสี่ยงนอกเหนือจากกับตัวคุณยังมีไปถึงผู้ที่คุณจะต้องดูแลอีกด้วย การหางานควรจะทำในเวลาที่ยังไม่ออกจากงาน แล้วก็หาแผนสำรองไว้ด้วย ดังเช่น บางโอกาสคุณอาจจะไม่ต้องออกจากงานเดิมแม้กระนั้นทดลองสนทนากับนายจ้างหรือผู้ที่มีอำนาจสามารถเวียนงานหรือย้ายที่ปฏิบัติงานให้ท่านได้บางทีก็อาจจะดีมากยิ่งกว่าการลาออก มนุษย์เรานั้นบางทีอาจเบื่องาน ไม่ชอบใจนายจ้าง ผิดดวงใจสหายร่วมงาน @link@ รังเกียจลูกค้าหรือมีเหตุมีผลมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะทำให้ท่านต้องการลาออกเพื่อสมัครงานใหม่ เมื่อก่อนที่จะตกลงใจกล่าวลาที่เก่า ไปสมัครงานที่ใหม่ แล้วก็ ผันตนเองจากคนมีงานทำไปเป็นผู้สมัครทำงาน สิ่งที่คุณจำเป็นต้องตระเตรียมนั้นมีมากพอสมควร ต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนกล่าวลาที่เก่ามาดูเลยว่าจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง 1. คุณมีเงินเก็บ พอให้ใช้จ่ายไปอีกอย่างต่ำ 6 เดือนด้านหน้าหรือเปล่า เนื่องจากว่าไม่ใช่ว่าจะหางานได้ในทันทีทันใดบางทีอาจใช้เวลาพอเหมาะ ถ้าหากมีภาระหน้าที่ผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ก็ต้องคิดให้ดี การมีเงินสำรองเผื่อยามฉุกเฉินนั้นสำคัญมาก 2. จัดแจงแผนสำรองไว้หรือยัง การออกจากงานที่เคยได้รายได้ประจำนั้นมีการเสี่ยงนอกเหนือจากกับตัวคุณยังมีไปถึงผู้ที่คุณจะต้องดูแลอีกด้วย การหางานควรจะทำในเวลาที่ยังไม่ออกจากงาน แล้วก็หาแผนสำรองไว้ด้วย ดังเช่น บางโอกาสคุณอาจจะไม่ต้องออกจากงานเดิมแม้กระนั้นทดลองสนทนากับนายจ้างหรือผู้ที่มีอำนาจสามารถเวียนงานหรือย้ายที่ปฏิบัติงานให้ท่านได้บางทีก็อาจจะดีมากยิ่งกว่าการลาออก @img@ 3. ประเมินตนเองอย่างไม่มีอคติว่าคุณวิชาความรู้ ความรู้ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนงานไหมการเปลี่ยนงานครั้งคราวจำเป็นต้องใช้ความรู้ที่คุณยังไม่มีไม่ใช่ว่าต้องการออกจากงานเดิมที่ตำแหน่งไม่สูงจะไปสมัครงานในตำแหน่งที่ดีมากกว่าได้ หรือ มีประสบการณ์ไม่มากมายจะไปสมัครงานใหม่ในตำแหน่งที่อยากได้ความชำนิชำนาญ 4. มีConnection ดีพอที่จะตอบปัญหาการเปลี่ยนงานไหม คุณควรจะมีหน่วยงานจุดหมายรวมทั้งควรจะมี Connection ที่จะนำคุณไปสู่การทำงานในหน่วยงานใหม่ได้ก่อนที่จะคุณจะลาออกจากที่เดิม ไม่ใช่ให้เขาฝากงานให้ท่านแต่ว่าเพื่อคุณเข้าถึงหน่วยงานได้สบายขึ้น 5. อย่าลืมขอความเห็นคนที่อยู่รอบข้างก่อนที่จะตัดสินใจ บางเวลาการเบื่อที่เดิมมันเพียงแต่อารมณ์ชั่ววูบการได้คุยได้พูดจาขอความเห็นชอบจากคนที่อยู่รอบข้างบางทีอาจทุเลาปัญหาและก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติของคุณได้ และการเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องหางานใหม่คนที่อยู่รอบข้างคิดว่าเช่นไร ถ้าเกิดคุณว่างงานจะกำเนิดปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า 6. อย่าเตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมรับความสิ้นหวังไว้บ้าง หางานใหม่แม้กระนั้นคุณเป็นคนเดิมความรู้ความเข้าใจเหมือนเดิม ทัศนคติดังเดิม ก็อาจะประสบพบปัญหาเดิมๆหรือได้งานที่ห่วยกว่าเดิม ร้ายยิ่งกว่านั้นบางทีอาจหางานใหม่มิได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เมื่อมีการเปลี่ยนคุณจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจและก็เตรียมพร้อมต่อกรให้ได้ แม้กระนั้นการจะลาออกเพื่อหางานใหม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำหรือทำไม่ได้ก็แค่จำต้องรอบครอบรวมทั้งคิดให้ดีอย่างมีเหตุมีผล วิธีการทำสิ่งใดที่มีการตระเตรียมที่ดีจะนำผลในด้านที่ดีมาสู่คุณแน่ๆResumeมนุษย์เรานั้นบางทีอาจเบื่องาน ไม่ชอบใจนายจ้าง ผิดดวงใจสหายร่วมงาน Resume รังเกียจลูกค้าหรือมีเหตุมีผลมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะทำให้ท่านต้องการลาออกเพื่อสมัครงานใหม่ เมื่อก่อนที่จะตกลงใจกล่าวลาที่เก่า ไปสมัครงานที่ใหม่ แล้วก็ ผันตนเองจากคนมีงานทำไปเป็นผู้สมัครทำงาน สิ่งที่คุณจำเป็นต้องตระเตรียมนั้นมีมากพอสมควร ต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนกล่าวลาที่เก่ามาดูเลยว่าจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง 1. คุณมีเงินเก็บ พอให้ใช้จ่ายไปอีกอย่างต่ำ 6 เดือนด้านหน้าหรือเปล่า เนื่องจากว่าไม่ใช่ว่าจะหางานได้ในทันทีทันใดบางทีอาจใช้เวลาพอเหมาะ ถ้าหากมีภาระหน้าที่ผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ก็ต้องคิดให้ดี การมีเงินสำรองเผื่อยามฉุกเฉินนั้นสำคัญมาก 2. จัดแจงแผนสำรองไว้หรือยัง การออกจากงานที่เคยได้รายได้ประจำนั้นมีการเสี่ยงนอกเหนือจากกับตัวคุณยังมีไปถึงผู้ที่คุณจะต้องดูแลอีกด้วย การหางานควรจะทำในเวลาที่ยังไม่ออกจากงาน แล้วก็หาแผนสำรองไว้ด้วย ดังเช่น บางโอกาสคุณอาจจะไม่ต้องออกจากงานเดิมแม้กระนั้นทดลองสนทนากับนายจ้างหรือผู้ที่มีอำนาจสามารถเวียนงานหรือย้ายที่ปฏิบัติงานให้ท่านได้บางทีก็อาจจะดีมากยิ่งกว่าการลาออก @img@ 3. ประเมินตนเองอย่างไม่มีอคติว่าคุณวิชาความรู้ ความรู้ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนงานไหมการเปลี่ยนงานครั้งคราวจำเป็นต้องใช้ความรู้ที่คุณยังไม่มีไม่ใช่ว่าต้องการออกจากงานเดิมที่ตำแหน่งไม่สูงจะไปสมัครงานในตำแหน่งที่ดีมากกว่าได้ หรือ มีประสบการณ์ไม่มากมายจะไปสมัครงานใหม่ในตำแหน่งที่อยากได้ความชำนิชำนาญ 4. มีConnection ดีพอที่จะตอบปัญหาการเปลี่ยนงานไหม คุณควรจะมีหน่วยงานจุดหมายรวมทั้งควรจะมี Connection ที่จะนำคุณไปสู่การทำงานในหน่วยงานใหม่ได้ก่อนที่จะคุณจะลาออกจากที่เดิม ไม่ใช่ให้เขาฝากงานให้ท่านแต่ว่าเพื่อคุณเข้าถึงหน่วยงานได้สบายขึ้น 5. อย่าลืมขอความเห็นคนที่อยู่รอบข้างก่อนที่จะตัดสินใจ บางเวลาการเบื่อที่เดิมมันเพียงแต่อารมณ์ชั่ววูบการได้คุยได้พูดจาขอความเห็นชอบจากคนที่อยู่รอบข้างบางทีอาจทุเลาปัญหาและก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติของคุณได้ และการเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องหางานใหม่คนที่อยู่รอบข้างคิดว่าเช่นไร ถ้าเกิดคุณว่างงานจะกำเนิดปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า 6. อย่าเตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมรับความสิ้นหวังไว้บ้าง หางานใหม่แม้กระนั้นคุณเป็นคนเดิมความรู้ความเข้าใจเหมือนเดิม ทัศนคติดังเดิม ก็อาจะประสบพบปัญหาเดิมๆหรือได้งานที่ห่วยกว่าเดิม ร้ายยิ่งกว่านั้นบางทีอาจหางานใหม่มิได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เมื่อมีการเปลี่ยนคุณจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจและก็เตรียมพร้อมต่อกรให้ได้ แม้กระนั้นการจะลาออกเพื่อหางานใหม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำหรือทำไม่ได้ก็แค่จำต้องรอบครอบรวมทั้งคิดให้ดีอย่างมีเหตุมีผล วิธีการทำสิ่งใดที่มีการตระเตรียมที่ดีจะนำผลในด้านที่ดีมาสู่คุณแน่ๆ 3. ประเมินตนเองอย่างไม่มีอคติว่าคุณวิชาความรู้ ความรู้ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนงานไหมการเปลี่ยนงานครั้งคราวจำเป็นต้องใช้ความรู้ที่คุณยังไม่มีไม่ใช่ว่าต้องการออกจากงานเดิมที่ตำแหน่งไม่สูงจะไปสมัครงานในตำแหน่งที่ดีมากกว่าได้ หรือ มีประสบการณ์ไม่มากมายจะไปสมัครงานใหม่ในตำแหน่งที่อยากได้ความชำนิชำนาญ 4. มีConnection ดีพอที่จะตอบปัญหาการเปลี่ยนงานไหม คุณควรจะมีหน่วยงานจุดหมายรวมทั้งควรจะมี Connection ที่จะนำคุณไปสู่การทำงานในหน่วยงานใหม่ได้ก่อนที่จะคุณจะลาออกจากที่เดิม ไม่ใช่ให้เขาฝากงานให้ท่านแต่ว่าเพื่อคุณเข้าถึงหน่วยงานได้สบายขึ้น 5. อย่าลืมขอความเห็นคนที่อยู่รอบข้างก่อนที่จะตัดสินใจ บางเวลาการเบื่อที่เดิมมันเพียงแต่อารมณ์ชั่ววูบการได้คุยได้พูดจาขอความเห็นชอบจากคนที่อยู่รอบข้างบางทีอาจทุเลาปัญหาและก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติของคุณได้ และการเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องหางานใหม่คนที่อยู่รอบข้างคิดว่าเช่นไร ถ้าเกิดคุณว่างงานจะกำเนิดปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า 6. อย่าเตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมรับความสิ้นหวังไว้บ้าง หางานใหม่แม้กระนั้นคุณเป็นคนเดิมความรู้ความเข้าใจเหมือนเดิม ทัศนคติดังเดิม ก็อาจะประสบพบปัญหาเดิมๆหรือได้งานที่ห่วยกว่าเดิม ร้ายยิ่งกว่านั้นบางทีอาจหางานใหม่มิได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เมื่อมีการเปลี่ยนคุณจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจและก็เตรียมพร้อมต่อกรให้ได้ แม้กระนั้นการจะลาออกเพื่อหางานใหม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำหรือทำไม่ได้ก็แค่จำต้องรอบครอบรวมทั้งคิดให้ดีอย่างมีเหตุมีผล วิธีการทำสิ่งใดที่มีการตระเตรียมที่ดีจะนำผลในด้านที่ดีมาสู่คุณแน่ๆ

{ Comments are closed }

6 ความถนัดที่ยังจะต้องมีเมื่อคิดสมัครงานเป็นบุคลากรออฟฟิต

ในตอนเสลาของการหางานใหม่แน่ๆว่าคุณจะพบกับความตึงเครียด ยิ่งถ้าหากคุณจะต้องอยู่ในขั้นตอนหางานแบบไม่จบไม่สิ้นเป็นกางานมิได้สักครั้ง ความอ่อนเพลียกายอ่อนใจแล้วก็ความเคร่งเครียดยิ่งจะมากยิ่งขึ้น เพียงพอเครียดและมีผลต่อ สุขภาพ อารมณ์ รวมทั้งมีผลกระทบต่อความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการหางานของคุณ แบบงี้แล้วจำเป็นต้องมองหาแนวทางลดความเคร่งเครียดระหว่างหางาน คุณเชื่อหรือเปล่ามีวิธีสำหรับในการดูแลตนเองอย่างเบื้องต้นที่สุดที่จะลดความตึงเครียดของคุณได้อย่างดีเยี่ยม ต้องการให้ทดลองกระทำตามแล้วคุณจะลดความตึงเครียดลงได้และก็เป็นการเตรียมสำหรับในการหางานใหม่อย่างมีคุณภาพอีกด้วย มาดูกันเลยว่าวิธีกล้วยๆอะไรซึ่งสามารถช่วยคุณได้ ในตอนเสลาของการหางานใหม่แน่ๆว่าคุณจะพบกับความตึงเครียด ยิ่งถ้าหากคุณจะต้องอยู่ในขั้นตอนหางานแบบไม่จบไม่สิ้นเป็นกางานมิได้สักครั้ง ความอ่อนเพลียกายอ่อนใจแล้วก็ความเคร่งเครียดยิ่งจะมากยิ่งขึ้น เพียงพอเครียดและมีผลต่อ สุขภาพ อารมณ์ รวมทั้งมีผลกระทบต่อความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการหางานของคุณ แบบงี้แล้วจำเป็นต้องมองหาแนวทางลดความเคร่งเครียดระหว่างหางาน คุณเชื่อหรือเปล่ามีวิธีสำหรับในการดูแลตนเองอย่างเบื้องต้นที่สุดที่จะลดความตึงเครียดของคุณได้อย่างดีเยี่ยม ต้องการให้ทดลองกระทำตามแล้วคุณจะลดความตึงเครียดลงได้และก็เป็นการเตรียมสำหรับในการหางานใหม่อย่างมีคุณภาพอีกด้วย มาดูกันเลยว่าวิธีกล้วยๆอะไรซึ่งสามารถช่วยคุณได้ @img@ 1. บริหารร่างกายเสมอๆ ไม่เฉพาะแต่ดีต่อร่างกาย ยังสามารถสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ลดอาการไม่มีชีวิตชีวา หรือสามารถช่วยทำให้นอนเจริญเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างสังคมให้ท่านอีกด้วย ตัวอย่างเช่น บริหารร่างกายกับเพื่อนฝูง เข้าคลาสโยคะ 2. ขุมพลังที่ไม่อาจมองผ่านเป็น ผัก ผลไม้ แล้วก็วิตามิน ดีมากยิ่งกว่ารับประทานขนมกินเล่น ทดลองหาสูตรอาหารสุขภาพทำแล้วก็กินเองให้สดสะอาด เพื่อเพิ่มระบบภูมิต้านทานแล้วก็การกินของดีช่วยลดความเคร่งเครียดเพราะเหตุว่าร่างกายจะดำเนินงานอย่างสมดุลลดการอ่อนเพลียของคุณ 3. อย่าลืมไปตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ @link@ ในรอบ 12 คุณควรจะไปตรวจร่างกายที่สำคัญ อาทิเช่น ระดับความธรรมดาของ น้ำตาล ไขมัน วัดความดัน รวมทั้งการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคร้าย ยิ่งในตอนที่มีความเคร่งเครียดบางทีอาจจะต้องขอคำแนะนำจิตแพทย์ร่วมด้วย อย่าไม่มีความสนใจดูการป่วยนิดหน่อยเกิดเรื่องที่ไม่ต้องเอาใจใส่ สะสมนานไปสุขภาพจะห่วยได้ 4. นอนให้เพียงพอ การนอนไม่พอดูดพลังงานแล้วก็สมาธิของคุณให้การนอนขั้นต่ำ 7-8ชั่วโมงต่อวันโดยมีตอนหลับลึก 3-4 ชั่วโมงเป็นในตอนที่สมควร จะมีผลให้ร่างกายฟื้นฟู ซ่อมบำรุงส่วนที่ผุพัง ทำให้ระดับฮอร์โมนปกติ และก็คุณจะสดชื่นสำหรับการออกหางาน มีบริเวณใบหน้าที่อิ่มใจทำให้มองมีความกระตือรือร้นสำหรับในการสมัครงาน 5. ฝึกการเป็นผู้บริจาคด้วยการทำงานสมัครใจ ทำจิตใจให้แจ่มใส ได้ใช้ความสามารถที่มีสำหรับการช่วยเหลือคนอื่นๆ หากแม้มิได้เงินแม้กระนั้นได้ใช้เวลาให้มีคุณประโยชน์ไม่ต้อง จมจ่มกับความนึกคิดเครียดๆว่าหางานมิได้ และก็คุณอาจจะสามารถสร้างคอนเนคชั่นได้จากการไปปฏิบัติงานจิตสมัครใจก็เป็นไปได้ และก็นี้บางทีอาจปรับปรุงไปสู่การทำงานในอนาคต ต้องการฝากไว้ว่าผู้คนจำนวนมากที่จำต้องพบเจอความเคร่งเครียดสำหรับในการหางานเนื่องจากมันเกี่ยวโยงกับรายได้แล้วก็การใช้ชีวิต และก็เค้าหน้าด้านสังคม แม้กระนั้นคุณจำเป็นต้องฝึกหัดความทรหดอดทนและก็จัดแจงกับความตึงเครียด อย่าให้การหางานมาบ่อนทำลายสุขภาพของคุณ การนอนพักให้พอเพียง บริหารร่างกาย ทานอาหารดีๆตระเตรียมร่างกายให้พร้อมถึงแม้วิถีทางได้งานจะยาวไกลแม้กระนั้นผู้ที่มีความพากเพียรจะเสร็จได้แน่ๆ งานใหม่ในตอนเสลาของการหางานใหม่แน่ๆว่าคุณจะพบกับความตึงเครียด ยิ่งถ้าหากคุณจะต้องอยู่ในขั้นตอนหางานแบบไม่จบไม่สิ้นเป็นกางานมิได้สักครั้ง ความอ่อนเพลียกายอ่อนใจแล้วก็ความเคร่งเครียดยิ่งจะมากยิ่งขึ้น เพียงพอเครียดและมีผลต่อ สุขภาพ อารมณ์ รวมทั้งมีผลกระทบต่อความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการหางานของคุณ แบบงี้แล้วจำเป็นต้องมองหาแนวทางลดความเคร่งเครียดระหว่างหางาน คุณเชื่อหรือเปล่ามีวิธีสำหรับในการดูแลตนเองอย่างเบื้องต้นที่สุดที่จะลดความตึงเครียดของคุณได้อย่างดีเยี่ยม ต้องการให้ทดลองกระทำตามแล้วคุณจะลดความตึงเครียดลงได้และก็เป็นการเตรียมสำหรับในการหางานใหม่อย่างมีคุณภาพอีกด้วย มาดูกันเลยว่าวิธีกล้วยๆอะไรซึ่งสามารถช่วยคุณได้ @img@ 1. บริหารร่างกายเสมอๆ ไม่เฉพาะแต่ดีต่อร่างกาย ยังสามารถสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ลดอาการไม่มีชีวิตชีวา หรือสามารถช่วยทำให้นอนเจริญเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างสังคมให้ท่านอีกด้วย ตัวอย่างเช่น บริหารร่างกายกับเพื่อนฝูง เข้าคลาสโยคะ 2. ขุมพลังที่ไม่อาจมองผ่านเป็น ผัก ผลไม้ แล้วก็วิตามิน ดีมากยิ่งกว่ารับประทานขนมกินเล่น ทดลองหาสูตรอาหารสุขภาพทำแล้วก็กินเองให้สดสะอาด เพื่อเพิ่มระบบภูมิต้านทานแล้วก็การกินของดีช่วยลดความเคร่งเครียดเพราะเหตุว่าร่างกายจะดำเนินงานอย่างสมดุลลดการอ่อนเพลียของคุณ 3. อย่าลืมไปตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ งานใหม่ ในรอบ 12 คุณควรจะไปตรวจร่างกายที่สำคัญ อาทิเช่น ระดับความธรรมดาของ น้ำตาล ไขมัน วัดความดัน รวมทั้งการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคร้าย ยิ่งในตอนที่มีความเคร่งเครียดบางทีอาจจะต้องขอคำแนะนำจิตแพทย์ร่วมด้วย อย่าไม่มีความสนใจดูการป่วยนิดหน่อยเกิดเรื่องที่ไม่ต้องเอาใจใส่ สะสมนานไปสุขภาพจะห่วยได้ 4. นอนให้เพียงพอ การนอนไม่พอดูดพลังงานแล้วก็สมาธิของคุณให้การนอนขั้นต่ำ 7-8ชั่วโมงต่อวันโดยมีตอนหลับลึก 3-4 ชั่วโมงเป็นในตอนที่สมควร จะมีผลให้ร่างกายฟื้นฟู ซ่อมบำรุงส่วนที่ผุพัง ทำให้ระดับฮอร์โมนปกติ และก็คุณจะสดชื่นสำหรับการออกหางาน มีบริเวณใบหน้าที่อิ่มใจทำให้มองมีความกระตือรือร้นสำหรับในการสมัครงาน 5. ฝึกการเป็นผู้บริจาคด้วยการทำงานสมัครใจ ทำจิตใจให้แจ่มใส ได้ใช้ความสามารถที่มีสำหรับการช่วยเหลือคนอื่นๆ หากแม้มิได้เงินแม้กระนั้นได้ใช้เวลาให้มีคุณประโยชน์ไม่ต้อง จมจ่มกับความนึกคิดเครียดๆว่าหางานมิได้ และก็คุณอาจจะสามารถสร้างคอนเนคชั่นได้จากการไปปฏิบัติงานจิตสมัครใจก็เป็นไปได้ และก็นี้บางทีอาจปรับปรุงไปสู่การทำงานในอนาคต ต้องการฝากไว้ว่าผู้คนจำนวนมากที่จำต้องพบเจอความเคร่งเครียดสำหรับในการหางานเนื่องจากมันเกี่ยวโยงกับรายได้แล้วก็การใช้ชีวิต และก็เค้าหน้าด้านสังคม แม้กระนั้นคุณจำเป็นต้องฝึกหัดความทรหดอดทนและก็จัดแจงกับความตึงเครียด อย่าให้การหางานมาบ่อนทำลายสุขภาพของคุณ การนอนพักให้พอเพียง บริหารร่างกาย ทานอาหารดีๆตระเตรียมร่างกายให้พร้อมถึงแม้วิถีทางได้งานจะยาวไกลแม้กระนั้นผู้ที่มีความพากเพียรจะเสร็จได้แน่ๆ 1. บริหารร่างกายเสมอๆ ไม่เฉพาะแต่ดีต่อร่างกาย ยังสามารถสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ลดอาการไม่มีชีวิตชีวา หรือสามารถช่วยทำให้นอนเจริญเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างสังคมให้ท่านอีกด้วย ตัวอย่างเช่น บริหารร่างกายกับเพื่อนฝูง เข้าคลาสโยคะ 2. ขุมพลังที่ไม่อาจมองผ่านเป็น ผัก ผลไม้ แล้วก็วิตามิน ดีมากยิ่งกว่ารับประทานขนมกินเล่น ทดลองหาสูตรอาหารสุขภาพทำแล้วก็กินเองให้สดสะอาด เพื่อเพิ่มระบบภูมิต้านทานแล้วก็การกินของดีช่วยลดความเคร่งเครียดเพราะเหตุว่าร่างกายจะดำเนินงานอย่างสมดุลลดการอ่อนเพลียของคุณ 3. อย่าลืมไปตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ งานใหม่ ในรอบ 12 คุณควรจะไปตรวจร่างกายที่สำคัญ อาทิเช่น ระดับความธรรมดาของ น้ำตาล ไขมัน วัดความดัน รวมทั้งการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคร้าย ยิ่งในตอนที่มีความเคร่งเครียดบางทีอาจจะต้องขอคำแนะนำจิตแพทย์ร่วมด้วย อย่าไม่มีความสนใจดูการป่วยนิดหน่อยเกิดเรื่องที่ไม่ต้องเอาใจใส่ สะสมนานไปสุขภาพจะห่วยได้ 4. นอนให้เพียงพอ การนอนไม่พอดูดพลังงานแล้วก็สมาธิของคุณให้การนอนขั้นต่ำ 7-8ชั่วโมงต่อวันโดยมีตอนหลับลึก 3-4 ชั่วโมงเป็นในตอนที่สมควร จะมีผลให้ร่างกายฟื้นฟู ซ่อมบำรุงส่วนที่ผุพัง ทำให้ระดับฮอร์โมนปกติ และก็คุณจะสดชื่นสำหรับการออกหางาน มีบริเวณใบหน้าที่อิ่มใจทำให้มองมีความกระตือรือร้นสำหรับในการสมัครงาน 5. ฝึกการเป็นผู้บริจาคด้วยการทำงานสมัครใจ ทำจิตใจให้แจ่มใส ได้ใช้ความสามารถที่มีสำหรับการช่วยเหลือคนอื่นๆ หากแม้มิได้เงินแม้กระนั้นได้ใช้เวลาให้มีคุณประโยชน์ไม่ต้อง จมจ่มกับความนึกคิดเครียดๆว่าหางานมิได้ และก็คุณอาจจะสามารถสร้างคอนเนคชั่นได้จากการไปปฏิบัติงานจิตสมัครใจก็เป็นไปได้ และก็นี้บางทีอาจปรับปรุงไปสู่การทำงานในอนาคต ต้องการฝากไว้ว่าผู้คนจำนวนมากที่จำต้องพบเจอความเคร่งเครียดสำหรับในการหางานเนื่องจากมันเกี่ยวโยงกับรายได้แล้วก็การใช้ชีวิต และก็เค้าหน้าด้านสังคม แม้กระนั้นคุณจำเป็นต้องฝึกหัดความทรหดอดทนและก็จัดแจงกับความตึงเครียด อย่าให้การหางานมาบ่อนทำลายสุขภาพของคุณ การนอนพักให้พอเพียง บริหารร่างกาย ทานอาหารดีๆตระเตรียมร่างกายให้พร้อมถึงแม้วิถีทางได้งานจะยาวไกลแม้กระนั้นผู้ที่มีความพากเพียรจะเสร็จได้แน่ๆ

{ Comments are closed }

เทคนิคการส่งใบสมัครงานอย่างไรให้ถูกเรียกไปสัมภาษณ์

คนสมัครงานทุกคนรู้จักResume   แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ใส่ใจกับการทำ Resume และคนที่ขาดความใส่ใจนั่นเองที่มักไม่ได้ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน เท่ากับว่าเป็นการปิดโอกาสให้การสมัครงานของคุณหมดหวังไปเลย  การเขียนประวัติส่วนตัวโดยย่อ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน รวมทั้งความถนัด ความสามารถพิเศษ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ถือเป็นการเขียน Resume ที่ดี  และจะดีมากขึ้นหากคุณสามารถที่จะส่งใบสมัครงานและ Resume ที่ดึงดูดความสนใจของฝ่ายบุคคลได้เพราะนั่นคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสมัครงานของคุณ

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ใบสมัครของคุณมีความสมบูรณ์และน่าสนใจคือ การดำเนินการตามหลักการ ชัดเจน กระชับ โฟกัส และมีลูกเล่น ทำได้อย่างไรมาดูเลย

ประการแรกส่วนของข้อมูลส่วนตัว ถือเป็นส่วนที่สำคัญ  ต้องประกอบด้วย  รูปภาพใบหน้าตรงชัดเจน และแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ระบุเบอร์โทรศัพท์ อีเมล นำเสนอประวัติการศึกษา  ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลติดต่อกลับทั้งเบอร์โทรศัพท์ และอีเมล  การตั้งชื่ออีเมลก็มีความสำคัญ ควรตั้งใหเป็รทางการ เช่น ชื่อ_นามสกุล@aaa.com อย่างใช้ข้อความเช่น ABnaruk@aaa.com  nanlovetum@aaa.com

บอกเล่าประสบการณ์การทำงานอย่างเป็นระบบ เรียบเรียงข้อมูลจากปัจจุบันไปหาอดีตระบุได้ว่าเคยทำงานที่ไหนมาบ้าง บอกถึงขอบเขตหน้าที่ที่รับผิดชอบ และการอบรมที่เคยเข้าร่วม กรณีนักศึกษาจบใหม่ ควรระบุกิจกรรมที่เคยทำสมัยเรียน เช่น อาสาสมัคร การออกค่าย การฝึกงาน ตลอดจนการทำงานล่วงเวลา (Part-Time)

บอกเล่าอย่างเจาะประเด็นให้ชัดเจน โดยระบุทักษะและความสามารถใน Resume บอกจุดเด่นออกมาให้มากที่สุด โดยเฉพาะทักษะที่จำเป็นในตำแหน่งที่สมัครงาน  จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานมากขึ้น เช่นความสามารถทางภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ การใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นต้น

ระบุจุดมุ่งหมายในอาชีพที่ชัดเจน  และแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องกับตำแหน่งที่สมัครงาน  เชน ในระยะยาวในช่วงเวลา 3-5 ปีคุณจะสร้างผลงานและขับเคลื่อนองค์กรได้ต่อไปอย่างไร ในระยะสั้นคุณจะแสดงผลงานอะไรให้กับองค์กร

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือ การตั้งชื่อและการสร้างไฟล์  ซึ่งแสดงถึงความมีระบบระเบียบของคุณ ชื่อไฟล์ที่ดีคือ  Resume_ชื่อของคุณ หรือ ใบสมัคร_ตำแหน่งที่สมัคร_ชื่อของคุณ ส่วนเอกสารประกอบต่างๆ ใช้ชื่อว่า เอกสารประกอบ 1_ชื่อเอกสาร_ชื่อของคุณ ไล่ไป เอกสารประกอบ 2,3,4 ….

ในการส่งใบสมัครและ Resume ควรที่จะมีจดหมายนำส่งทั้งการส่งไปรษณีย์หรือจัดส่งเข้าไปเป็นไฟล์เพื่อแจ้งให้ผู้รับเอกสารทราบว่าคุณมีความประสงค์อะไร มันแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของคุณด้วย

อย่าลืมที่จะตรวจสอบความเรียบร้อยทั้งหมด เช่นการรับรองสำเนาเอกสาร การสะกดคำ ความครบถ้วนของเอกสาร  หากส่งเป็นไฟล์ควรจัดทำเป็นไฟล์ PDF  เพื่อป้องกันความคาดเคลื่อน

{ Comments are closed }

งานราชการ ยังเป็นที่ต้องการของคนหางานยุคใหม่ใช่หรือไม่

ถ้าเราพูดถึงอาชีพรับราชการ จะมีทั้งคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสมัครงานในตำแหน่งข้าราชการ หรือ พนักงานราชการเพื่อทำงานเกี่ยวกับวงการราชการ แต่ก็จะมีเด็กรุ่นใหม่อีกกลุ่มหนึ่งที่จะปฏิเสธการทำงานในระบบราชการ ถ้าถามด้วยคำถามที่ว่าคนรุ่นใหม่ยังอยากรับราชการอยู่ไหม ตอบได้ว่ายังอยากที่จะเข้าไปทำงานในระบบราชการและเรียกตัวเองว่าข้าราชการ จากตัวเลขผู้สมัครงานราชการจำนวนมากเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นว่างานราชการไม่ได้ถูกปฏิเสธจากคนรุ่นใหม่

แม้ว่าค่านิยมในการสนับสนุนให้ลูกหลายทำงานราชการอาจจะลดลงไปบ้างแต่ต้องบอกว่ายังคงเป็นความคาดหวังของพ่อแม่หลายคนที่จะเห็นลูกมีความมั่นคงในอาชีพ และรายได้ด้วยการทำงานราชการ แม้สังคมโลกที่เปิดกว้าง ทำให้ค่านิยมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป มองหาความก้าวหน้า ความท้าทาย ในรูปแบบการทำงานอื่นๆก็ตาม  อย่างไรก็ตามการทำงานราชการยังคงเป็นที่ต้องการและมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้ผู้คนมาสมัครงานจำนวนหลายแสนคน เรามาดูข้อดีของงานราชการกันสักหน่อย

ประการแรกเลยคือ ให้ความมั่นคงในชีวิต สามารถรับราชการได้เป็นระยะเวลานานกว่าเอกชน ไม่เสี่ยงต่อการเลิกกิจการเพราะไม่มีเงินลงทุนต่อ  ไม่เสี่ยงกับการถูกไล่ออก หากไม่ทำผิดวินัยที่ร้ายแรงมากๆ เมื่อถึงวัยเกษียณก็ยังมีเงินบำเหน็จบำนาญ

สวัสดิการที่ให้ครอบคลุมคนในครอบครัว  เวลาเจ็บป่วยสามารถเบิกค่ารักพยาบาล ไม่ต้องจ่ายเงินสดเลย มีเงินช่วยค่าเล่าเรียนบุตรมี  เงินเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทางไปต่างจังหวัด  เบิกค่าที่พักเวลาไปทำงานได้  มีเงินค่าเบี้ยประชุม มีบ้านพัก ทายาทและคู่สมรสของเราจะได้รับเงินตกทอดเมื่อข้าราชการเสียชีวิตลงได้รับความบรรเทาความเดือนร้อนลงได้มาก

อนาคตมีความก้าวหน้าทำงานไปเรื่อๆยจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปมีผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ความรู้สึกในการเป็นผู้นำ  และได้รับการยอมรับจากสังคม มีคนนับหน้าถือตา เป็นค่านิยมของสังคมไทยที่ฝังลึกมานาน

การเงิน มีความมั่นคง รับเงินเดือนในอัตราสูงขึ้นในแต่ละปีอย่างแน่นอน  สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้และสินเชื้อดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย มีความน่าเชื่อถือสามารถกู้เงินได้มาก

โดยภาพรวมคนรุ่นใหม่จึงยังคงมุ่งมั่นในการสมัครงานราชการอยู่เป็นจำนวนมากอัตราการแข่งขันสูงมากเช่น 1: 1000  เพราะตำแหน่งงานมันจะสามารถเปิดได้เมื่อมีคนเกษียณและมีการเลื่อนตำแหน่งของผู้ทำงานอยู่ก่อนขึ้นไปรับตำแหน่งใหม่ ต้องรอจนตำแหน่งว่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานราชการลดละความพยายามลงเลยบางคนสอบอยู่หลายปีแม้ไปทำงานเอกชนก็ยังหวนมาสอบราชการอยู่เสมอ มีการลงทุนในการติวการเตรียมสอบต่างๆนานๆ ใครชอบงานราชการหรืองานเอกชนก็สามารถทำอย่างที่ชอบได้ขอให้เลี้ยงตัวเองได้และทำประโยชน์ให้กับประเทศเท่านั้นถือว่าดี

{ Comments are closed }

ทำตัวให้งานวิ่งเข้ามาหาดีกว่าตั้งหน้าตั้งตาหางานหว่านทั่วทิศ

หลายคนมุ่งที่จะสมัครงานโดยการหว่านไปสมัครไปทั่วอย่างไร้ทิศทางเมื่อไม่ได้รับการติดต่อกลับหรือได้รับการติดต่อจากองค์กรที่คุณไม่ต้องการ ตำแหน่งงานไม่ตรงกับความสนใจก็ทำให้ท้อใจ และกลัวการสมัครงานไปเลย จะดีกว่าไหมหากคุณตั้งสติและหยุดสมัครงาน !!!!

ได้ยินแบบนี้หลายคนคงค้านในใจว่าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ก็ไม่ได้งานกันพอดีอยากได้งานไม่สมัครงานบ้าไปแล้ว ไม่บ้าหรอกแต่เราอยากให้คุณเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองโดยการทำให้คุณมีความสามารถที่มากขึ้นหนีการเป็นตัวเลือกแต่จะกลายเป็นคนได้เลือกงานต่างหากละ ที่ว่ามาทำได้จริง ทำยังไงมาดูเลย

ทักษะที่องค์กรต้องการในตัวผู้ทำงานในปัจจุบันคือ    ทักษะการคิดและการประยุกต์ใช้ (Thinking of Development & Applied)  ทักษะการคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน (Creative Positive Working) ทักษะในการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ (Communication & Connection)  ทักษะการบริหารทั้งเวลา (Time Management)  ทักษะการคิดเพื่อแก้ปัญหาและการตัดสินใจ (Problem Solving & Decision Making)  คุณถามตัวเองสิว่ามีแล้วหรือยัง หากยังจงไปแสวงหาทักษะเหล่านี้เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองทั้งจากการศึกษาด้วยตัวเองและศึกษาจากผู้รู้ แม้ต้องลงทุนแต่รับรองว่าคุ้มค่า ในการทำให้คุณมีความโดดเด่นแตกต่างจากผู้หางานทั่วไป

องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีความสามารถสูงหรืออกลุ่ม Talent Worker  บุคคลเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญขององค์กรที่เติบโตไปพร้อมกับองค์กรต่อไปในอนาคต คุณจึงต้องทำตัวให้พร้อมในการเป็นคนที่จะถูกเลือก ยอกจากทักษะที่กล่าวมาแล้วยังต้องมีการพัฒนาตัวเองในเรื่องของ       การพัฒนาตัวเองด้วยตัวเอง (Self-Development)   การทำงานเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์ (Proactive Work)   การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Team Learning)

การแสดงให้เห็นว่าคุณคือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือการคิดที่ออกนอกกรอบ ไม่ยึดติดกับเรื่องเดิมๆ สามารถการแก้ปัญหา ได้ดี องค์กรจะมองคุณเป็นคนแรกๆที่องค์กรต้องการ   รวมทั้งอย่าลืมที่จะพัฒนาตัวเองให้มี 5 Q  คือ IQ: ทักษะการคิดแก้ปัญหาอย่างฉลาด   EQ: การจัดการอารมณ์เชิงลบของตัวเอง AQ: การเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาสที่ท้าทาย   OQ: การแสดงผลงานที่มีคุณค่า  SQ: การเป็นบุคคลที่มีจริยธรรมอันดี

เมื่อคุณมีความพร้อมในทักษะที่กล่าวมาแล้วหาพื้นที่แสดงออกอย่างต่อเนื่อง การใช้ Social Media แสดงความคิดเห็นความสามารถของคุณสามารถทำได้ เมื่อมีคนเห็นความสามารถของคุณแล้วโอกาสที่งานดีๆจะเข้ามาหาคุณจะมีมากกว่า อันที่จริงนักศึกษาควรที่จะฝึกตัวเองตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลามาฝึกฝนอีกเมื่อจบแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ได้ฝึกฝนมาก่อนลองให้เวลาตัวเองอีกสักนิดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะสมัครงานไม่สายเกินไปหรอกดีกว่าจะดันทุรังหางานที่คุณไม่ต้องการทำต่อไป

{ Comments are closed }